---
type: BookChapter
work_id: '1006'
book_url: https://nasa.misia.sk/books/1310
book_markdown_url: https://nasa.misia.sk/books/1310.md
language: th
position: 5
canonical_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875
markdown_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875.md
markdown_source: converted
updated_at: '2019-07-15T10:22:58Z'
translations:
  bg: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4182.md
  fr: https://nasa.misia.sk/book_chapters/1655.md
  sk: https://nasa.misia.sk/book_chapters/1600.md
  th: https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875.md
---

# พระคัมภีร์ไบเบิ้ล – หนังสือที่มีคนอ่านมากที่สุดในโลก

## การตระหนักถึงแผนแห่งความรอดของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่

การตระหนักถึงแผนความรอดนิรันดร์ของพระองค์ต่อมนุษยชาติ พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์เองตั้งแต่เริ่มต้นของพันธสัญญาใหม่ในฐานะพระบิดาในพระบุตร และโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในพระเยซูคริสต์ (ภาษาฮีบรู: “เยชูวา ฮามาเชียช Yahshua HaMashiach”) ผู้นั้นที่ได้รับการเจิมตั้งจากพระเจ้า ชื่อพันธสัญญาใหม่ “​​ยาห์ชัวร์ Yahshua” มาจากชื่อในพระคัมภีร์เดิม “ยาห์เวห์ Yahweh” และถูกฝังอยู่ในนั้น. ภาษาฮีบรูคำว่า “ยาชา yasha” แปลว่า “ช่วยให้รอด” (อพยพ 14:30) เราต้องการเพียงเปรียบเทียบกับโยเอล 2:32: **“…****ผู้ใดที่ร้องเรียกนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า****(****ยาห์เวห์****)****จะได้รับการปลดปล่อย****…”**และกิจการ 2:21: **“…****ผู้ใดที่ร้องเรียกนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า****(****ยาห์เวห์****)****ท่านจะรอด****(****ยาห์ชัวร์****)”  “****ใครก็ตามที่ร้องเรียกนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า** **ได้รับความรอด****”** (โรม 10:13) ยาห์เวห์แห่งพันธสัญญาเดิมคือยาห์ชัวร์ในพันธสัญญาใหม่ ในข้อความภาษาฮีบรูเขียนว่า: “…เจ้าจะเรียกชื่อพระองค์ว่ายาห์ชัวร์: เพราะพระองค์จะช่วยชนชาติของพระองค์ให้รอดพ้น (ยาชา) จากความผิดบาปของพวกเขา” (มัทธิว 1:21) ยาห์ชัวร์ หมายถึง “ยาห์เวห์ – พระผู้ช่วยให้รอด” น่าเสียดายที่พระนามของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่นี้ ซึ่งพระเจ้าเปิดเผยสำแดงแก่เราในฐานะพระบิดาในพระบุตรนั้นไม่ได้ถูกตีความและตระหนักถึงแบบมีนัยยะสำคัญในความหมายของแผนแห่งความรอด

สิ่งนี้ต้องการการเปิดเผยสำแดงผ่านพระวิญญาณของพระเจ้า เพื่อรับรู้ถึงความลึกลับที่ไม่อาจเข้าใจได้และไม่สามารถอธิบายได้ซึ่งรวมเราเข้าไว้ด้วย เริ่มต้นสิ่งนี้หมายถึงทุกคน: “มนุษย์ธรรมดาไม่ได้รับสิ่งใดจากพระวิญญาณของพระเจ้า: เพราะพวกเขาเป็นคนโง่เขลาต่อพระองค์: และเขาไม่สามารถรู้ได้,**เพราะพวกเขาไม่สามารถมองเห็นทางวิญญาณ**” อัครสาวกเปาโลเป็นพยานได้ว่า: **“****แต่พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสำแดงพระองค์เองแก่เรา** **ด้วยพระวิญญาณของพระองค์****:****เพราะว่าพระวิญญาณทรงตรวจค้นสิ่งสารพัด** **และเป็นสิ่งล้ำลึกของพระเจ้า****”** (1 โครินธ์ 2:10-15) ก่อนที่พระผู้ไถ่จะทำให้ภารกิจของพระองค์สำเร็จและประทานการทรงไถ่ให้แก่เรา พระองค์ต้องลงมาเกิดมาบนโลกนี้ในฐานะพระบุตรในร่างเนื้อหนัง

**“****แต่เมื่อถึงกำหนด** **พระเจ้าได้ทรงส่งพระบุตรของพระองค์**** ****มาประสูติจากครรภ์ของผู้หญิง** **ถือกำเนิดภายใต้บทบัญญัติ****…”**(กาลาเทีย 4:4)

***“Now the birth of Jesus Christ was on this wise …, she was found with child of the Holy Ghost.”***(Mt 1:18).

***“*****เรื่องพระกำเนิดของพระเยซูคริสต์เป็นดังนี้****…****มารีย์มีครรภ์แล้วด้วยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์****”**(มัทธิว 1:18)

**“…****เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์บริสุทธิ์****”**(มัทธิว 1:20)

**“****ทั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อจะให้สำเร็จตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้า** **ซึ่งตรัสไว้โดยผู้เผยพระวจนะว่า** **ดูเถิด** **หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์** **และจะคลอดบุตรชายคนหนึ่ง** **และเขาจะเรียกนามของท่านว่า** **อิมมานูเอล** **ซึ่งแปลว่า** **พระเจ้าทรงอยู่กับเรา****”**(มัทธิว 1:22-25; อิสยาห์ 7:14)

**“****ทูตสวรรค์จึงตอบเธอว่า** **พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ** **และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกคลุมเธอ****:****เหตุฉะนั้นองค์บริสุทธิ์ที่จะบังเกิดมานั้นจะได้เรียกว่า** **พระบุตรของพระเจ้า****”**(ลูกา 1:26-38)

นี่คือคำพยานของเอลิซาเบธ ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์: “เป็นไฉน ข้าพเจ้าจึงได้ความโปรดปรานเช่นนี้ คือ**มารดาของ**องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าได้มาหาข้าพเจ้า?” (ลูกา 1:43) – ไม่ใช่ “มารดาของพระผู้เจ้า”

เราได้รับแจ้งอย่างชัดเจนและแม่นยำเกี่ยวกับการกำเนิดของพระบุตรของพระเจ้า นี่คือวิธีที่ทูตสวรรค์ประกาศให้คนเลี้ยงแกะในทุ่งหญ้า: **เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลาย** **คือพระคริสต์เจ้า** **มาบังเกิดที่เมืองดาวิด****”**(ลูกา 2:11)

ในพระวจนะของพระเจ้า เราพบองค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ไถ่ของเรา ซึ่งถูกอธิบายโดย “ตำแหน่งของพระบุตร” ที่มีความหมายทั้งสี่: ในฐานะบุตรของอับราฮัม บุตรของดาวิด บุตรของพระผู้เป็นเจ้า และบุตรของมนุษย์

ในฐานะ**บุตรของอับราฮัม** (มัทธิว 1:1) พระองค์เป็น “ทายาทของโลก” (โรม 4:13) – และพระผู้ที่ได้รับการไถ่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทของพระเจ้าและเป็นทายาทร่วมกับพระเยซูคริสต์ (โรม 8:17)

ในฐานะ**บุตรของดาวิด** (มัทธิว 1:1ข) พระองค์ทรงเป็น“ พระราชา” (ลูกา1:32; ยอห์น 18:37) – และผู้ได้รับการไถ่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ร่วมกันกับพระองค์ (วิวรณ์ 5:10)

ในฐานะ**บุตรของมนุษย์** พระองค์ทรงเป็น “ผู้เผยพระวจนะ” ผู้ซึ่งโมเสสได้บอกล่วงหน้าไว้แล้ว (เฉลยธรรมบัญญัติ 18:15-19) ดังที่เปโตรได้เน้นย้ำในกิจการ 3:22-24: “… ทุกวิญญาณ ซึ่งจะไม่ได้ยินผู้เผยพระวจนะคนนั้น จะถูกทำลายไปจากท่ามกลางประชาชน”

ในฐานะ**บุตรของพระเจ้า** พระองค์คือ “พระผู้ไถ่” โดยพระผู้ไถ่เราได้รับการยอมรับในฐานะบุตรและธิดาของพระเจ้า: “…**เพื่อเราจะ**ได้รับเป็นบุตรบุญธรรม” (กาลาเทีย 4:4-9)

ในเรื่องนี้ อัครสาวกเขียนไว้ดังนี้: “เปาโล ผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งได้ถูกเรียกให้เป็นอัครสาวก ถูกแยกตั้งไว้สำหรับข่าวประเสริฐของพระเจ้า (คือข่าวประเสริฐที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้ล่วงหน้าโดยพวกศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ในพระคัมภีร์อันบริสุทธิ์), **เกี่ยวกับพระบุตรของพระองค์** คือ**พระเยซูคริสต์**องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้บังเกิดในเชื้อสายของดาวิดฝ่ายเนื้อหนัง แต่ฝ่ายพระวิญญาณแห่งความบริสุทธิ์นั้นบ่งไว้ด้วยฤทธานุภาพ คือโดยการเป็นขึ้นมาจากความตายว่า **เป็นพระบุตรของพระเจ้า**: **โดยทางพระองค์นั้นพวกข้าพเจ้าได้รับพระคุณและหน้าที่เป็นอัครสาวก** **เพื่อเห็นแก่พระนามของพระองค์** **ให้ชนชาติต่างๆเชื่อฟังตามความเชื่อนั้น****…”** (โรม 1:1-5)

ตามเนื้อหนัง พระบุตรของพระเจ้า พระเยซูคริสต์มาจากเชื้อสายของดาวิด (มัทธิว 1:1-17; ลูกา 3:23-38) และพระองค์ทรงคืนดีกับเรา **“****โดยความตายแห่งพระกายเนื้อหนังของพระองค์** **เพื่อจะได้ถวายท่านให้เป็นผู้บริสุทธิ์** **ไร้ตำหนิและไร้ข้อกล่าวหาในสายพระเนตรของพระองค์****…”**(โคโลสี 1:22) **“****ในพระเยซูนั้น** **เราได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระองค์** **คือได้รับการอภัยโทษบาปของเรา** **โดยพระคุณอันอุดมของพระองค์****…”** (เอเฟซัส 1:7) ผ่านการสิ้นพระชนม์เพื่อชดใช้ พระองค์ประทานการคืนดีกับพระเจ้าให้เรา: **“****คือพระเจ้าผู้สถิตในองค์พระคริสต์ทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์เอง** **มิได้ทรงถือโทษในการละเมิดของเขา** **และทรงมอบพระวจนะแห่งการคืนดีกันนั้นไว้กับเรา****”** (2 โครินธ์ 5:14-21)

พระองค์ตายเพื่อ **“…****เพื่อโดยความตายพระองค์จะได้ทรงทำลายผู้นั้นที่มีอำนาจแห่งความตาย** **คือพญามาร****…** **”** (ฮีบรู 2:14) ผ่านการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ เราได้รับชัยชนะเหนือความตายและความอมตะ

**“****เพราะว่าความตายได้อุบัติขึ้นเพราะมนุษย์คนหนึ่งเป็นเหตุฉันใด** **การเป็นขึ้นมาจากความตายก็ได้อุบัติขึ้นเพราะมนุษย์ผู้หนึ่งเป็นเหตุฉันนั้น****…****เพราะว่าพระองค์จะต้องทรงปกครองอยู่ก่อนจนกว่าพระองค์จะได้ทรงปราบศัตรูทั้งสิ้นให้อยู่ใต้พระบาทของพระองค์****…****และเมื่อสิ่งสารพัดถูกปราบให้อยู่ใต้พระองค์แล้ว** **เมื่อนั้นองค์พระบุตรก็จะอยู่ใต้พระเจ้าผู้ทรงปราบสิ่งสารพัดให้อยู่ใต้พระองค์** **เพื่อพระเจ้าจะทรงเป็นเอกเป็นใหญ่ในสิ่งสารพัดทั้งปวง**” (1 โครินธ์ 15:21, 25, 28)

ทุกคนที่ได้รับการไถ่จะได้รับประสบการณ์นี้ในการเสด็จกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า: **“****เมื่อสิ่งซึ่งเปื่อยเน่านี้จะสวมซึ่งไม่เปื่อยเน่า** **และซึ่งจะตายนี้จะสวมซึ่งไม่รู้จักตาย****…"** จากนั้นผู้ที่ได้รับการไถ่จะร้องออกมาว่า **"****โอ** **ความตาย** **เหล็กไนของเจ้าอยู่ที่ไหน** **โอ** **เมืองผี** **ชัยชนะของเจ้าอยู่ที่ไหน****? …****แต่จงขอบพระคุณแด่พระเจ้า** **ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลาย** **โดยพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา****”** (1 โครินธ์ 15:51-57) อาเมน

พระเจ้าพระองค์เดียวไม่เคยแบ่งพระองค์เองออกเป็น "บุคคลสามคนที่มีชีวตนิรันดร์" พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยพูดถึงพระเจ้า "สามภาค" ของ "ตรีเอกานุภาพ" หรือ "คู่" พระคัมภีร์เพียงกล่าวว่าพระบิดาทรงสำแดงพระองค์เองในพระบุตรเพื่อความรอดของเรา พันธสัญญาใหม่ยังเป็นพยานเกี่ยวกับ**พระเจ้าองค์เดียวและผู้เดียวเท่านั้น**: “…พระเกียรติที่มาจาก**พระเจ้าเท่านั้น**…” (ยอห์น 5:44); “ …รู้จัก**พระเจ้าที่เที่ยงแท้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น**…” (ยอห์น 17:3); “เพราะเห็นว่าเป็น**พระเจ้าองค์เดียว** …” (โรม 3:30) “… แต่พระเจ้านั้นทรงเป็น**หนึ่งเดียว**” (กาลาเทีย 3:20); “แด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระเจริญอยู่นิรันดร์ ผู้ทรงเป็นองค์อมตะ ซึ่งมิได้ปรากฏแก่ตา พระเจ้า**ผู้ทรงพระปัญญาแต่พระองค์เดียว**…” (1 ทิโมธี 1:17); **“****เพราะมีพระเจ้าองค์เดียว****…**” (1 ทิโมธี 2:5) **“****องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า** **เราเป็นอัลฟาและโอเมกา** **เป็นปฐมและเป็นอวสาน** **ผู้ทรงเป็นอยู่เดี๋ยวนี้** **ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน** **ผู้จะเสด็จมานั้น** **และผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด****”** (วิวรณ์ 1:8)

**ความจริงที่ครอบคลุมทุกด้านของความเชื่อของอัครสาวกนั้นเขียนไว้ในพระคัมภีร์เท่านั้น** **และได้รับการจัดตั้งขึ้นเพื่อคริสตจักรของพระเจ้าครั้งเดียวและสำหรับทุกคน****:**

“มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว **ความเชื่อ**เดียว **บัพติศ**มาเดียว **พระเจ้าองค์เดียวผู้เป็นพระบิดาของคนทั้งปวง** **ผู้ทรงอยู่เหนือคนทั้งปวง** **และทั่วคนทั้งปวง** **และในท่านทั้งปวง**” (เอเฟซัส 4:5-6)

**“****ทางของพระเจ้าอันยิ่งใหญ่และลึกลับซึ่งไม่มีใครปฏิเสธได้ก็คือ** **พระเจ้าทรงปรากฏในเนื้อหนัง** **พระวิญญาณได้ทรงพิสูจน์แล้ว** **หมู่ทูตสวรรค์ก็เห็น** **และมีผู้ประกาศพระองค์แก่ชนต่างชาติ** **มีชาวโลกเชื่อถือพระองค์** **และพระองค์ทรงถูกรับขึ้นไปในสง่าราศี****”**(1 ทิโมธี 3:16)

เมื่อพระเยซูกลายเป็นมนุษย์ตามแผนของการทรงไถ่ พระเจ้าจะปรากฏในฐานะพระผู้ไถ่ พระเยซูทำหน้าที่ถัดจากพระเจ้า พระองค์เป็นคนกลาง: **“****ด้วยเหตุว่า** **มีพระเจ้าองค์เดียว** **และมีคนกลางแต่ผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์** **คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงสภาพเป็นมนุษย์****…”**(1 ทิโมธี 2:5)

และในฐานะ**ผู้ช่วยเหลือสนับสนุน**: “ลูกเล็กๆของเราเอ๋ย เราเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลาย เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาป และถ้าผู้ใดทำบาป เราก็มีพระองค์ผู้**ช่วยเหลือสถิตอยู่กับพระบิดา** **คือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงชอบธรรมนั้น****…”** (1 ยอห์น 2:1)

และในฐานะ**มหาปุโรหิต**: “แต่เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมาเป็น**มหาปุโรหิต**แห่งสิ่งประเสริฐซึ่งจะมาถึง โดยทางพลับพลาอันใหญ่ยิ่งกว่าและสมบูรณ์ยิ่งกว่าแต่ก่อน ที่ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยมือ และพูดได้ว่ามิได้เป็นอย่างของโลกนี้ พระองค์เสด็จเข้าไปในที่บริสุทธิ์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป และ**ทรงสำเร็จการไถ่บาปชั่วนิรันดร์แก่เรา** (ฮีบรู 9:11-12)


## Chapter navigation

- [Previous chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1874.md)
- [Book contents](https://nasa.misia.sk/books/1310.md)
- [Next chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1876.md)

## Available translations

- [български език](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4182.md)
- [Français](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1655.md)
- [Slovensky](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1600.md)
- [ไทย (Thai)](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875.md)

## Source

- [Canonical HTML page](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875)
- [Markdown representation](https://nasa.misia.sk/book_chapters/1875.md)
