---
type: BookChapter
work_id: '275'
book_url: https://nasa.misia.sk/books/1756
book_markdown_url: https://nasa.misia.sk/books/1756.md
language: th
position: 11
canonical_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769
markdown_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769.md
markdown_source: converted
updated_at: '2020-09-03T21:01:46Z'
translations:
  th: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769.md
---

# คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง

## บทที่ 9 - คำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง

ในข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ประการแรก พวกเราต้องเผชิญหน้ากับคำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง ประการที่สอง คำพยานของบรรดาผู้เผยพระวจนะ และประการที่สามโดยบรรดาอัครสาวก ในพันธสัญญาเดิมพระเจ้าได้ทรงเปิดเผยพระองค์เองในพระกายฝ่ายวิญญาณ และได้ตรัสล่วงหน้าถึงการเปิดเผยสำแดงของพระองค์เองในพระกายฝ่ายเนื้อหนัง ในพันธสัญญาใหม่พวกเราพบการบรรลุตามพระสัญญานั้น

มันจำเป็นที่พวกเราต้องพิจารณาวิธีคิดของชาวยิว ดังนั้นเพียงเท่านั้นพวกเราสามารถเห็นพระเจ้าจากมุมมองดั้งเดิม มันถูกมอบไว้ให้กับพวกคนอิสราเอลเท่านั้นเพื่อเป็นพยานเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เดียว พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระองค์เองให้แก่อับราฮัม, อิสอัค และยาโคบ ในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ พระเจ้าได้ตรัสกับโมเสสหน้าต่อหน้า (อพยพ 33: 11) ตลอดยุคของพันธสัญญาเดิม พระเจ้าได้ทรงเลือกบรรดาผู้เผยพระวจนะชาวฮีบรูโดยผ่านผู้ที่พระองค์ได้ตรัสด้วยเพียงเท่านั้น

เพราะพระเจ้าทรงมีความโดดเด่นและทรงมาก่อน พระองค์จะทรงแนะนำพระองค์เองด้วยพระวจนะของพระองค์เอง:

“*และพระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า* *เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ คือจากเรือนแห่งการเป็นทาส เจ้าอย่ามีพระอื่นใดต่อหน้าเรา*” (อพยพ 20: 1-3)

“*ที่ได้ทรงสำแดงแก่ท่านนั้นก็เพื่อท่านจะได้ทราบว่า พระยาห์เวห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า**;**นอกจากพระองค์แล้ว ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย*” (ฉธบ. 4: 35)

“*เหตุฉะนั้น จงทราบเสียในวันนี้ และตรึกตรองอยู่ในใจของท่านว่า พระยาห์เวห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในสวรรค์เบื้องบนและบนแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย*” (ฉธบ. 4:39)

“*จงฟังเถิด โอ คนอิสราเอล พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระยาห์เวห์องค์เดียว*” (ฉธบ. 6: 4)

“*ดูเถิด บัดนี้ ตัวเราเอง คือเรานี่แหละเป็นผู้นั้น และไม่มีพระอื่นใดอยู่พร้อมกับเรา* ...” (ฉธบ. 32: 39)

“*เจ้าทั้งหลายเป็นเหล่าพยานของเรา**พระยาห์เวห์ตรัส และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อพวกเจ้าจะทราบและเชื่อเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระเจ้าใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี* *เรา คือเราเอง เป็นพระยาห์เวห์ และนอกจากเราไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด*” (อิสยาห์ 43: 10-11)

“*เพื่อคนทั้งหลายจะได้ทราบว่า ตั้งแต่การขึ้นของดวงอาทิตย์ และจากทางทิศตะวันตก ไม่มีใครนอกจากเรา เราเป็นพระยาห์เวห์ และไม่มีอื่นใดอีก*” (อิสยาห์ 45: 6)

“*แต่เราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า ตั้งแต่แผ่นดินแห่งอียิปต์ และเจ้าจงไม่รู้จักพระอื่นนอกจากเรา เพราะไม่มีผู้ช่วยให้รอดอื่นใดนอกจากเรา*” (โฮเชยา 13: 4)

ตอนนี้พวกเราจะอ้างถึงข้อพระคัมภีร์สองสามข้อในพันธสัญญาใหม่ซึ่งยืนยันข้อทั้งหลายที่อยู่ในพันธสัญญาเดิม

“*...**จงฟังเถิด โอ คนอิสราเอล องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว …**ดีแล้ว อาจารย์เจ้าข้า ท่านได้กล่าวความจริงแล้ว ด้วยว่ามีพระเจ้าองค์เดียว และไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากพระองค์เลย*” (มาระโก 12: 29+32)

“*โดยเห็นว่าเป็นพระเจ้าองค์เดียว* ...“ (โรม 3: 30)

“*แต่สำหรับพวกเรานั้นมีแต่พระเจ้าองค์เดียว* ... (1 โครินธ์ 8: 6)

“*บัดนี้ คนกลางก็ไม่ได้เป็นคนกลางของฝ่ายเดียว แต่พระเจ้านั้นทรงเป็นองค์เดียว*” (กาลาเทีย 3:20)

“*บัดนี้ แด่พระราชานิรันดร์ ผู้ทรงเป็นอมตะ มองไม่เห็น พระเจ้าผู้ทรงปรีชาญาณองค์เดียวเกียรติยศและสง่าราศีเป็นนิตย์*” (1 ทิโมธี 1: 17)

“*เพราะว่ามีพระเจ้าองค์เดียว* …” (1 ทิโมธี 2: 5)

“*ท่านเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว**;**ท่านก็กระทำดีอยู่แล้ว*” (ยากอบ 2: 19)

“*ขอสง่าราศี บารมี การครอบครอง และอำนาจจงมีแด่พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่เพียงพระองค์เดียว พระผู้ช่วยให้รอดของพวกเรา ทั้งในปัจจุบันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน*” (ยูดาห์ 25)

ข้อพระคัมภีร์เผยพระวจนะทั้งหลายในพันธสัญญาเดิมและพวกคำสอนของอัครสาวกในพันธสัญญาใหม่เป็นพยานถึงสิ่งเดียวกัน ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เป็นพระเจ้าสามหรือสองพระองค์ที่ถูกกล่าวถึงและคำศัพท์พระบุตรนิรันดร์ก็ไม่พบในที่ใด หนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่จำเป็นเลย ถ้าหากหลักคำสอนและความรู้ตามข้อพระคัมภีร์จะได้ถูกนำเข้าไปในการพิจารณา สิ่งที่เรียกว่า ตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เคยปรากฏ ไม่ปรากฏวันนี้และจะไม่ปรากฏตลอดกาล พระเจ้าทรงเป็นที่สิ้นสุดเสมอ และสิ่งใดก็ตามที่ออกมาจากพระองค์ก็ถูกนำมาเฉพาะในความสัมพันธ์กับพระองค์: พระบุตรของพระเจ้า, พระวจนะของพระเจ้า, พระวิญญาณของพระเจ้า ฯลฯ พระบุตร, พระวจนะ, พระวิญญาณ ฯลฯ มีพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นจุดสุดท้ายของการกำเนิด แต่พระเจ้าไม่มีจุดกำเนิดเช่นนี้เพราะพระองค์ทรงเป็นที่สิ้นสุดและทรงเป็นนิรันดร์ พระองค์ทรงเป็นจุดจากที่ที่ทุกสิ่งทุกอย่างมารวมเข้าด้วยกัน

ในพันธสัญญาใหม่ พวกเราพบประโยคที่อยู่บนสุดและให้ความสว่างว่า “*แต่สำหรับพวกเรานั้นมีแต่พระเจ้าองค์เดียว คือพระบิดา ซึ่งสิ่งทั้งปวงเป็นของพระองค์ และพวกเราอยู่ในพระองค์ และมีพระเยซูคริสต์เจ้าองค์เดียว ซึ่งสิ่งทั้งปวงเป็นมาโดยพระองค์ และพวกเราก็เป็นมาโดยพระองค์*" (1 โครินธ์ 8: 6) แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงคำศัพท์สองคำในข้อพระคัมภีร์นี้ มีการอ้างอิงถึงพระผู้สร้างเพียงพระองค์เดียวเพียงเท่านั้นเสมอ ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งพระองค์ทรงถูกเรียกในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้า และจากนั้นในฐานะที่ทรงเป็นพระเยซูคริสต์

ดังนั้นพระเจ้าสามพระองค์จึงเป็นภาพเหมือนในฐานะพระองค์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ปรากฏอยู่ในจินตนาการของมนุษย์ ท่านเห็นอะไรในภาพเหล่านี้? หนึ่งหรือสามบุคคล? หนึ่งหรือสามองค์?

ภาพวาดภาพหนึ่งแสดงให้เห็นพระบิดาทรงถือคทา, พระบุตรทรงถือไม้กางเขน และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นนกพิราบ ภาพวาดอื่นๆ แสดงให้เห็นพระลักษณะพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้าสามพระองค์เท่าเทียมกัน แนวความคิดทั้งสองนั้นแปลกสำหรับพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่

 


## Chapter navigation

- [Previous chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4768.md)
- [Book contents](https://nasa.misia.sk/books/1756.md)
- [Next chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4770.md)

## Available translations

- [ไทย (Thai)](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769.md)

## Source

- [Canonical HTML page](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769)
- [Markdown representation](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4769.md)
