---
type: BookChapter
work_id: '275'
book_url: https://nasa.misia.sk/books/1756
book_markdown_url: https://nasa.misia.sk/books/1756.md
language: th
position: 15
canonical_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773
markdown_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773.md
markdown_source: converted
updated_at: '2020-09-03T21:01:50Z'
translations:
  th: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773.md
---

# คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง

## บทที่ 13 - พระนามของพระเจ้า

หลังจากที่พระเจ้าพระยาห์เวห์ได้ประทานพระบัญญัติสิบประการแล้ว พระองค์ได้ทรงให้พระดำรัสที่สำคัญไว้ว่า “... *ในทุกสถานที่ที่เราให้จดจำนามของเรา เราจะมาหาเจ้าและจะอวยพรเจ้า*“ (อพยพ 20: 24ข) เฉพาะในสถานที่ที่พระเจ้าพระยาห์เวห์ได้ทรงกระทำให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จัก ใครๆ ก็มีโอกาสได้นมัสการพระองค์ในวิญญาณและในความจริง ตั้งแต่เริ่มแรก พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสำแดงพระนามของพระองค์เองให้พระองค์ทรงเป็นที่รู้จัก “*และสำหรับเสทนั้น ก็มีบุตรชายคนหนึ่งกำเนิดให้เขาด้วย และเสทเรียกชื่อของเขาว่าเอโนช ตั้งแต่นั้นมามนุษย์เริ่มต้นที่จะร้องเรียก**พระนามของพระยาห์เวห์***” (ปฐมกาล 4: 26)

 อพยพ 33: 11-23 แสดงให้เห็นความสำคัญของการเปิดเผยสำแดงพระนามของพระเจ้า สถานที่ใดก็ตามที่พระเจ้าตรัสและทรงสำแดงพระคุณให้แก่คนบางคน พระองค์ก็ทรงเปิดเผยสำแดงพระนามของพระองค์ด้วยเช่นกัน พระเจ้าตรัสกับโมเสสแบบหน้าต่อหน้า เขาปรารถนาที่จะเห็นพระสิริของพระเจ้า แล้วพระเจ้าตรัสตอบว่า “*และท่านกราบทูลว่า ข้าพระองค์ทูลวิงวอนต่อพระองค์ ขอโปรดสำแดงสง่าราศีของพระองค์แก่ข้าพระองค์เถิด และพระองค์ได้ตรัสว่า เราจะให้บรรดาความดีงามของเราผ่านไปต่อหน้าเจ้า และเราจะประกาศ**พระนามของพระยาห์เวห์**ต่อหน้าเจ้า ...*” พระเจ้าทรงมิเคยคงอยู่ในฐานะผู้ไม่รู้และผู้ซ่อนเร้น แต่**พระองค์**ทรงก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักและทรงเปิดเผยสำแดงพระนามของพระองค์

การเปิดเผยสำแดงพระนามของพระเจ้าพระยาห์เวห์นั้นมิอาจจะพูดซ้ำๆ ได้บ่อยๆ พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “*จงพูดกับอาโรนและบุตรชายทั้งหลายของเขาว่า เจ้าทั้งหลายจงอวยพรแก่ชนชาติอิสราเอลดังต่อไปนี้ คือกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า ขอพระยาห์เวห์ทรงอวยพรแก่ท่าน และพิทักษ์รักษาท่าน ขอพระยาห์เวห์ทรงให้พระพักตร์พระองค์ทอแสงเหนือท่าน และทรงกรุณาแก่ท่าน ขอพระยาห์เวห์ทรงให้สีพระพักตร์พระองค์ชื่นบานอยู่บนท่านและประทานสันติสุขแก่ท่าน และจงให้เขาทั้งหลายประทับ**นามของเรา**เหนือชนชาติอิสราเอล และเราจะได้อวยพรแก่เขาทั้งหลาย*” (กันดารวิถี 6: 23-27)

พระเจ้าทรงมิเคยถูกเอ่ยถึงด้วยตำแหน่งต่างๆ แต่พระองค์ถูกเอ่ยถึงในพระนามของพระองค์ ไม่ว่าผู้คนจะร้องทูลพระองค์หรือทำเพื่อพระองค์ก็ตาม พวกเขาก็ทำในพระนามของพระองค์เสมอ มันเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันทั้งในช่วงเวลาพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่

มันเป็นกฎพื้นฐานของพระเจ้า ที่พระองค์จะทรงถูกพบได้เฉพาะเมื่อพระองค์ทรงเปิดเผยสำแดงพระองค์เองเพียงเท่านั้นและทำให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จัก: “*แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาสถานที่ ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทั้งหลายจะทรงเลือกจากบรรดาเผ่าของพวกท่าน ให้**พระนามของพระองค์**ประทับที่นั่น คือให้เป็นที่ประทับของพระองค์ และท่านทั้งหลายจงไปเฝ้าที่นั่น*” (ฉธบ. 12: 5)

ซาโลมอนแสดงความจริงเดียวกันในคำอธิษฐานเข้ารับตำแหน่งของเขาว่า“... *เพื่อว่าชนชาติทั้งหลายแห่งแผ่นดินโลกจะรู้จัก**พระนามของพระองค์** คือเกรงกลัวพระองค์ตามที่อิสราเอลประชากรของพระองค์เกรงกลัวพระองค์อยู่นั้น และเพื่อเขาทั้งหลายจะทราบว่า พระนิเวศน์นี้ซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างไว้ได้เรียกกันตาม**พระนามของพระองค์***” (1 พกษ 8: 43ข)

“*เหตุฉะนั้นประชากรของเราจะรู้จัก**นามของเรา** เพราะฉะนั้นในวันนั้นพวกเขาจะทราบว่า เราเป็นผู้ที่พูดจริงๆ ดูเถิด คือเราเอง*” (อิสยาห์ 52: 6)

พระเจ้าองค์เดียวกันผู้ที่โมเสสได้กล่าวไว้ว่า “*เราผู้เป็นอยู่ ได้ทรงส่งข้าพเจ้ามาหาท่านทั้งหลาย”**ได้แนะนำพระองค์แก่ชนชาติอิสราเอลบนภูเขาซีนายดังต่อไปนี้ว่า**“**และพระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า* *เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ คือจากเรือนแห่งการเป็นทาส*” (อพยพ 20: 1-2) ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์เน้นถ้อยคำที่พระเจ้าตรัสถึงพระองค์เองว่า *“...**เราคือพระยาห์เวห์ ผู้เป็นปฐมและกับกาลอวสาน**;**เราคือผู้นั้น” (41:4) “**เราคือพระเจ้า (พระยาห์เวห์) นั่นเป็น**นามของเรา** และสง่าราศีของเรา เราจะไม่ให้แก่ผู้อื่น หรือให้คำที่สรรเสริญเราแก่รูปเคารพแกะสลักทั้งหลาย*” (42: 8) “*เรา คือเราเอง พระยาห์เวห์ และนอกจากเราไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด ... ฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจึงเป็นเหล่าพยานของเรา* *พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้ เราเป็นพระเจ้า*” (อิสยาห์ 43: 11-12) “*พระยาห์เวห์ จอมกษัตริย์แห่งอิสราเอล และพระผู้ไถ่ของเขา พระยาห์เวห์จอมโยธา ตรัสดังนี้ว่า**:**เราเป็นเบื้องต้น และเราเป็นเบื้องปลาย และนอกจากเราแล้วไม่มีพระเจ้า*“ (อิสยาห์ 44: 6) “... *เราคือพระยาห์เวห์ ผู้สร้างสิ่งสารพัด*” (อิสยาห์ 44: 24) “*เราเป็นพระยาห์เวห์ และไม่มีอื่นใดอีก ไม่มีพระเจ้านอกจากเรา ... เราเป็นพระยาห์เวห์ และไม่มีอื่นใดอีก*” (อิสยาห์ 45: 5-6) “*เราคือพระองค์ผู้นั้น เราเป็นเบื้องต้น และเราเป็นเบื้องปลายด้วย มือของเราได้วางรากฐานแห่งแผ่นดินโลกด้วย และมือขวาของเราได้กางฟ้าสวรรค์ทั้งหลายออก* ..." (อิสยาห์ 48: 12-13)

ตลอดพันธสัญญาเดิม ประชากรของพระเจ้ารู้จักพระนามของพระเจ้าและได้ร้องเรียกร้องในพระนามเดียวกัน การเปลี่ยนไปสู่พันธสัญญาใหม่ยังได้อธิบายอย่างชัดเจนอีกด้วยว่า “...*ท่านจงเรียกนามของพระองค์ว่า เยซู (YAHSHUA**ยาชูวา)*)” (มัทธิว 1: 21) พระองค์ทรงบังเกิดมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอด, พระคริสต์พระเมสสิยาห์, พระเยซู (ลูกา 2: 11) พระองค์ได้รับพระนามที่เกี่ยวข้องกับความรอดเมื่อทรงเข้าสุหนัต (ลูกา 2: 21)

สิ่งสำคัญที่จะตระหนักถึงวิธีที่พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสำแดงพระองค์เองในพันธสัญญาใหม่ในฐานะพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์, ในฐานะพระบุตรบนแผ่นดินโลก และโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ในคริสตจักรของพระองค์ การรู้จักพระนามที่การไถ่ของพวกเราและพระนามที่พวกเราควรจะเข้าหาพระเจ้านั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน มีสถานที่แห่งหนึ่งบนแผ่นดินโลกเพียงเท่านั้นซึ่งพระเจ้าได้ทรงเปิดเผยสำแดงพระองค์เองเพื่อการไถ่ของพวกเรา นั่นคือ ในพระเยซูคริสต์ พระเจ้า ผู้ใดก็ตามที่ปรารถนาจะพบพระเจ้าต้องมองหาพระองค์ในสถานที่แห่งนั้นซึ่งจะพบพระองค์จะได้ ผู้ใดก็ตามอยากจะได้เห็นพระองค์ต้องดูที่สถานที่แห่งนั้นก็จะเห็นพระองค์ได้ ผู้ใดก็ตามอยากจะได้ยินพระองค์ต้องรู้ว่าจะได้ยินพระองค์ได้ที่ไหน มันจะเป็นสถานที่แห่งเดียวเพียงเท่านั้นที่ซึ่งพระองค์ทรงเปิดเผยสำแดงและทรงวาง**พระนามของพระองค์** สถานที่นัดพบส่วนตัวกับพระเจ้าและมนุษยชาติคือในพระเยซูคริสต์พระเจ้าของพวกเราเพียงเท่านั้น

เหตุ​ใดที่พวกนักวิชาการ​​ได้​เปลี่ยน​พระ​นาม*​พระ​ยาห์เวห์**(Yahweh)**​* มาเป็นพระ​ยาห์เวห์ ​และ*​ พระยาชูวา (**Yahshua)* มาเป็นพระเยซูนั้นมิอาจจะเข้าใจได้ง่ายนัก ตัวอักษรฮีบรูสำหรับพระนามของพระเจ้า **YHWH** จะต้องเหมือนกันในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ ไม่อนุญาตให้ใช้คำอธิบายตามอำเภอใจได้ คำย่อของพระยาห์เวห์คือ ยาห์ ในขณะที่ เอล หมายถึง เอโลฮิม คำว่า ฮาเลลู - ยาห์ แปลว่า สรรเสริญพระยาห์เวห์; อิสยาห์ แปลว่า พระยาห์เวห์ทรงเป็นความรอด: ยาชูวา แปลว่า พระยาห์เวห์พระผู้ช่วยให้รอด; อิสรา – เอล แปลว่า การต่อสู้กับพระเจ้า; อิชมา – เอล แปลว่า พระเจ้าทรงได้ยิน; เอมมานู – เอล แปลว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา เป็นต้น สถานที่ใดก็ตามที่พระเจ้าทรงเปิดเผยสำแดงพระองค์เองที่นั่น พระองค์ยังทรงทำให้พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักอีกด้วยและเฉพาะในพระนามนี้เพียงเท่านั้นที่พระองค์ทรงสามารถได้รับการนมัสการได้

เราเป็น ที่พบในพันธสัญญาเดิมนั้นอ้างอิงถึงพระเจ้า คำเดียวกันที่ใช้ในพันธสัญญาใหม่สำหรับพระเยซูของเรา “*เราเป็นอาหารแห่งชีวิตนั้น* ...” (ยอห์น 6: 48) "*เราเป็นความ**สว่างของโลก*” (ยอห์น 8: 12) การเชื่อว่าพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเราคือ ผู้นั้นที่เราเป็น นั้นสำคัญมากเพราะพระองค์ได้ตรัสด้วยพระองค์เองว่า “*เหตุฉะนั้นเราจึงได้กล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายจะตายในบาปทั้งหลายของพวกท่าน**;**เพราะว่าถ้าท่านทั้งหลายมิได้เชื่อว่าเราเป็นผู้นั้น ท่านทั้งหลายก็จะตายในบาปทั้งหลายของพวกท่าน ... แล้วพวกยิวก็กล่าวแก่พระองค์ว่า ท่านอายุยังไม่ถึงห้าสิบปี และท่านเคยเห็นอับราฮัมหรือ**?**พระเยซูตรัสกับพวกเขาว่า แท้จริงแล้วเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า ก่อนอับราฮัมได้บังเกิดมานั้น เราก็เป็นอยู่แล้ว*” (ยอห์น 8: 24+57-58) “*เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดีนั้น และรู้จักแกะทั้งหลายของเรา และเป็นที่รู้จักโดยแกะทั้งหลายของเรา*” (ยอห์น 10: 14) “*เราเป็นการเป็นขึ้นมาและชีวิต* ...” (ยอห์น 11: 25) “*เราเป็นเถาองุ่นแท้* …” (ยอห์น 15: 1)

การแสดงออกว่า *เราเป็น* ใช้สำหรับพระเจ้าของพวกเราในหลายแบบตามที่พวกเราได้เห็นแล้ว ถ้าหากผู้หนึ่งเปรียบเทียบข้อความทั้งหลายที่พบในผู้เผยพระวจนะอิสยาห์กับพวกคนเหล่านั้นในพันธสัญญาใหม่ ดังนั้นผู้นั้นอาจจะเห็นได้ว่า คำอธิบายเดียวกันของพระเยซูกำลังถูกใช้ทั้งในพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ มันสามารถระบุได้ชัดว่า พระองค์องค์เดียวกันมักทรงกล่าวอยู่เสมอว่า “*อย่ากลัวเลย เราเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย* ...” (วิวรณ์ 1: 17) “*เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและเป็นอวสาน* *พระเยซูตรัส ผู้ทรงเป็นอยู่เดี๋ยวนี้, ผู้ได้ทรงเป็นอยู่ในกาลก่อน และผู้จะเสด็จมานั้น, ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด*” (วิวรณ์ 1: 8) ก่อนหน้าพระองค์ไม่มีใครและหลังจากพระองค์ก็จะไม่มีใคร มีพระผู้ทรงฤทธานุภาพองค์เดียวเพียงเท่านั้น

พระบุตรตรัสว่า “*เราได้มาในพระนามพระบิดาของเรา* …” (ยอห์น 5: 43) “*ข้าแต่พระบิดา ขอให้พระนามของพระองค์ได้รับสง่าราศี*...” (ยอห์น 12: 28) “*ข้าพระองค์สำแดงพระนามของพระองค์แก่คนเหล่านั้นแล้วซึ่งพระองค์ได้ประทานให้แก่ข้าพระองค์จากมนุษย์โลก* ...” (ยอห์น 17: 6) ตามปกติที่ปฏิบัติมานั้น คนทุกคนแนะนำตนเองกับบุคคลที่เขาพบโดยชื่อของคนๆ นั้น ในวิธีเดียวกันพระเยซูยังทรงแนะนำพระองค์เองให้กับผู้ที่พบกับพระองค์ด้วยพระนามของพระองค์ ตัวอย่างที่ดีที่สุดคือ อัครสาวกเปาโล “*และเขากล่าวว่า พระองค์ทรงเป็นผู้ใด พระองค์เจ้าข้า**?**และพระเยซูตรัสว่า เราคือเยซู ผู้ซึ่งเจ้าข่มเหงนั้น* …” (กิจการ 9: 5)

“*พระบิดาผู้บริสุทธิ์ ขอพระองค์โปรดพิทักษ์รักษาคนเหล่านั้นซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์แล้วโดย**พระนามของพระองค์เอง** ... และข้าพระองค์ได้ประกาศให้เขารู้จัก**พระนามของพระองค์** และจะประกาศให้เขารู้อีก* ..." (ยอห์น 17: 11+26) พระองค์ยังคงทรงกระทำมันในวันนี้ พระนามของพระบิดาและพระบุตรคือพระนามเดียวกัน- พระเยซู ที่จริงคือ ยาชูวา (Yahshua) – พระยาห์เวห์พระผู้ช่วยให้รอด ที่ใดก็ตามที่พระนามนี้ไม่มีการเปิดเผยสำแดงในความหมายอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว คนทั้งหลายก็ถูกกักอยู่ในประเพณีทางศาสนาและไม่เป็นไปตามข้อพระคัมภีร์ของพวกเขา

“*เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า**:**ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ* ...“ (มัทธิว 6: 9) “... *ด้วยว่าพระองค์ทรงรับพระนามที่ประเสริฐกว่านามของทูตสวรรค์นั้นเป็น**มรดก***” (ฮีบรู 1: 4)

ชีวิตนิรันดร์ได้ถูกสัญญาไว้ให้แก่พวกเราในพระนามของพระองค์ (ยอห์น 20: 31) ยังมีการยกโทษให้อภัยบาปทั้งหลายที่พบได้ในพระนามของพระองค์ (กิจการ 10: 43) อะไรก็ตามที่พวกเราได้รับมาจากพระเจ้านั้นได้มาถึงพวกเราผ่านทางพระนามของพระเยซูคริสต์ ไม่มีผู้รับใช้ของพระเจ้าคนใดที่เคยใช้ตำแหน่งหรือสูตรเลยนอกจากพระนามของพระองค์เสมอ ตามข้อพระคัมภีร์ทุกสิ่งทุกอย่างที่บรรดาผู้เชื่อกระทำคือต้องกระทำในพระนามของพระองค์ “*และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยการประพฤติก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้าและขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยพระองค์นั้น*” (โคโลสี 3: 17)

วันนั้นจะมาถึงในไม่ช้า เมื่อทุกเข่าจะก้มลงและทุกลิ้นจะสารภาพว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า (ฟิลิปปี 2: 10-11) เมื่อพระประสงค์ของพระเจ้าได้บรรลุผลสำเร็จพระราชกิจการไถ่ของพระองค์จะสำเร็จตามสิ่งที่ได้เขียนไว้ “*ดูเถิด พลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตอยู่กับพวกเขา พวกเขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับพวกเขา และจะทรงเป็นพระเจ้าของพวกเขา พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆหยดจากตาของพวกเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป ความคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว* *และพระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่งตรัสว่า ดูเถิด เราสร้างสิ่งสารพัดขึ้นใหม่* *และพระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์จริงและสัตย์ซื่อ* *พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า สำเร็จแล้ว เราเป็นอัลฟาและโอเมกา เป็นปฐมและอวสาน ผู้ใดกระหาย เราจะให้ผู้นั้นดื่มจากบ่อน้ำพุแห่งชีวิตโดยไม่ต้องเสียอะไรเลย ผู้ที่มีชัยชนะ ผู้นั้นจะได้รับสิ่งสารพัดเป็นมรดก และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นบุตรของเรา*” (วิวรณ์ 21: 3-7)


## Chapter navigation

- [Previous chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4772.md)
- [Book contents](https://nasa.misia.sk/books/1756.md)
- [Next chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4774.md)

## Available translations

- [ไทย (Thai)](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773.md)

## Source

- [Canonical HTML page](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773)
- [Markdown representation](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4773.md)
