---
type: BookChapter
work_id: '275'
book_url: https://nasa.misia.sk/books/1756
book_markdown_url: https://nasa.misia.sk/books/1756.md
language: th
position: 18
canonical_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776
markdown_url: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776.md
markdown_source: converted
updated_at: '2020-11-02T02:55:47Z'
translations:
  th: https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776.md
---

# คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง

## บทที่ 16 - ใครก็ตามที่สารภาพต่อพระเยซูคริสต์ … การสารภาพถูกหรือผิด?

ในแคมเปญการประกาศข่าวประเสริฐจะเน้นย้ำมากที่การสารภาพบาปของพระเยซูคริสต์ ผู้ประกาศข่าวประเสริฐขอให้พวกคนเหล่านั้นที่มาข้างหน้าเพื่อจะเปลี่ยนแปลงมาเชื่อพระเจ้าพูดตามคำสารภาพของพระเยซูคริสต์ จากนั้นพิธีกรรับรองพวกเขาว่าตอนนี้พวกเขาเป็นของพระเยซูคริสต์ เช่นเดียวกับสาระสำคัญอื่นๆ ทั้งหมด ในกรณีนี้มันจำเป็นต้องมีการค้นหาว่าคำสารภาพของพระเยซูคริสต์, พระบุตรของพระเจ้าตามพระคัมภีร์ไบเบิลคืออะไรเพื่อให้ได้รับความชอบธรรมต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้า

คำสารภาพส่วนตัวต่อพระเยซูคริสต์, พระบุตรของพระเจ้านั้นสำคัญมากสำหรับความรอดของพวกเรา ศัตรูผู้เป็นปฏิปักษ์ของพระเจ้าก็ได้บิดเบือนความจริงนี้และได้นำมาซึ่งการหลอกลวงโดยใช้สูตรเดียวกันด้วยเช่นกัน พวกเรา

ควรจะใช้ข้อพระคัมภีร์สามข้ออ้างอิงเพียงเท่านั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าฝั่งตรงข้ามใช้พระคำในทางที่ผิดอย่างไร

พวกคนเหล่านั้นที่ถูกครอบงำโดยพวกวิญญาณชั่วได้ร้องออกมาและได้สารภาพ*: "**และดูเถิด พวกผีร้องออกมา โดยทูลว่า พวกเราเกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์เล่า พระเยซู พระองค์ผู้ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์มาที่นี่เพื่อจะทรมานพวกเราก่อนเวลานั้นหรือ**?**”*(มธ. 8: 29) มาระโกผู้ประกาศข่าวประเสริฐบันทึกว่า: *“**และพวกผีโสโครก เมื่อพวกมันได้เห็นพระองค์ ก็ได้หมอบลงต่อพระพักตร์พระองค์ และร้องออก โดยทูลว่า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า**”* (มก. 3: 11) ลูกาเขียนว่า: *"**กล่าวว่า ท่าน พระเยซูชาวนาซาเร็ธ ปล่อยเราไว้ เราเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเล่า**?**ท่านมาเพื่อจะทำลายเราหรือ**?**เรารู้ว่าท่านเป็นผู้ใด คือองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า ... ผีก็ออกมาจากคนหลายคนด้วย ร้องว่า ท่านเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า ..."* (ลก. 4: 34 + 41)                                                                                                                       

คนของพระเจ้าพูดกับคนที่เจ็บป่วยว่า *“ในพระนามของพระเยซูพระคริสต์ชาวนาซาเร็ธ จงลุกขึ้นและเดินไปเถิด“ *(กิจการ 3: 6) แต่กระนั้นตามที่พวกเราได้เห็นพวกวิญญาณชั่วก็ยังใช้พระนามพระเยซูด้วยถ้อยคำที่ถูกต้องว่า "พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ” หรือ “พระบุตรของพระเจ้า”

โดยปราศจากประสบการณ์ส่วนตัวกับพระเยซูคริสต์และความสัมพันธ์กับพระองค์ การสารภาพในรูปแบบใดๆ ก็ไม่มีประโยชน์ ประการแรก ผู้นั้นต้องการการเปิดเผยสำแดงจากสวรรค์ จากนั้นด้วยการสารภาพและการติดตามพระคริสต์ในการเชื่อฟังไปด้วยกัน พวกเราได้รับการบอกกล่าวเพิ่มเติมในข้อพระคัมภีร์: *“และ**ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ และผู้ที่ไม่เชื่อในพระบุตรก็จะไม่เห็นชีวิต แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่บนเขา**”* (ยน. 3: 36 - ฉบับขยาย)

การเปิดเผยสำแดง-ความเชื่อต้องมาก่อนการสารภาพ *“...**ถ้อยคำนั้นอยู่ใกล้ท่าน คืออยู่ในปากของท่านและอยู่ในใจของท่าน คือถ้อยคำแห่งความเชื่อซึ่งพวกเราประกาศอยู่นั้น คือว่าถ้าท่านจะยอมรับพระเยซูเจ้าด้วยปากของท่าน และจะเชื่อในใจของท่านว่าพระเจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด**”* (โรม 10: 8-9) อ. เปาโล สรุปข้อเท็จจริงนี้ว่า *“**ข้าพเจ้าได้เชื่อ และเหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงพูดแล้ว พวกเราก็เชื่อเหมือนกัน และเหตุฉะนั้นจึงพูด**”* (2 คร. 4: 13ข) คำสารภาพที่ไม่ได้ทำโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ ด้วยการเชื่อพระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีความหมาย

อัครสาวกยอห์นบอกพวกเราว่า *“**ใครเล่าเป็นผู้ที่ชนะโลก เว้นแต่ผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า**” *(1 ยน. 5: 5)

เพียงคำสารภาพเฉยๆ นั้นถูกทำขึ้นโดยซาตานตอนที่มันได้ล่อลวงพระเยซูที่ยอดหลังคาพระวิหาร *“**ถ้าท่านเป็นพระบุตรพระเจ้า จงโจนลงไปจากที่นี่เถิด**”* (ลก. 4: 9)

คำสารภาพแด่พระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าสามารถทำได้ในทางหนึ่งหรือทางอื่นๆ โดยลูกๆ ของพระเจ้าและโดยพวกคนเหล่านั้นของศัตรูด้วยเช่นกัน พวกคริสเตียนในนิกายที่ระบุไว้ทั้งหมดและแม้แต่ผู้ต่อต้านพระคริสต์เองก็ใช้ระบบคำศัพท์อย่างเดียวกัน คำสารภาพจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นโดยเกี่ยวข้องกับคำพยานทั้งหมดของข้อพระคัมภีร์ทั้งหลายและความเชื่อส่วนบุคคลในพระคริสต์และในการเชื่อฟังพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์ ทุกคนจำเป็นต้องมีการเปิดเผยสำแดงส่วนตัวของพระเยซูคริสต์โดยตรง

ผู้ที่ขอการยกโทษอภัยบาปมากมายหลายคนพบว่ามันค่อนข้างยากที่จะวาง 1 ยน. 4 ได้อย่างถูกต้อง *"**โดยการนี้แหละพวกท่านก็รู้จักพระวิญญาณของพระเจ้า ทุกวิญญาณที่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมารับสภาพของเนื้อหนัง ก็เป็นของพระเจ้า และทุกวิญญาณที่ไม่ยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมารับสภาพของเนื้อหนัง ก็ไม่ได้เป็นของพระเจ้า และนี่คือวิญญาณนั้นแห่งปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์ ซึ่งวิญญาณนั้นพวกท่านได้ยินแล้วว่ามันจะมา และกระทั่งบัดนี้มันก็อยู่ในโลกแล้ว**”* (1 ยน. 4: 2-3) ในข้อความนี้มีการแสดงออกมากขึ้นเท่าที่ผู้หนึ่งจะสามารถเห็นได้ก่อนอย่างรวดเร็ว พวกเรากำลังจัดการกับความรู้ที่แท้จริงของข้อเท็จจริงว่าพระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเยซู – พระผู้ช่วยให้รอด, ผู้ทรงได้รับการเจิม พระเยซูคริสต์พระเจ้าผู้ซึ่งเข้ามาในเนื้อหนัง

คำสารภาพที่ทำโดยริมฝีปากหรือการพูดซ้ำๆ เพราะว่าคนบางคนได้ขอร้องมันนั้นไม่ตรงประเด็นเลย วิญญาณทุกวิญญาณที่มิได้ทำการสารภาพต่อพระเยซูคริสต์ด้วยวิธีการทางพระคัมภีร์ไบเบิลนั้นมิได้มาจากพระเจ้าอย่างแน่แท้ นั่นคือวิญญาณของผู้ต่อต้านพระคริสต์กับคำสารภาพของตัวของเขาเอง ใครก็ตามที่ประกาศพระเยซูในทางอื่นๆ นั้นเปิดเผยให้เห็นว่าเขาไม่มีความรู้จากพระเจ้าว่า พระเยโฮวาห์แห่งพันธสัญญาเดิมทรงเป็นพระเยซูแห่งพันธสัญญาใหม่ ใครก็ตามที่ปฏิเสธพระวจนะของพระเจ้าด้วยสิทธิอำนาจทั้งหมดของพระเจ้าบอกว่าเป็นพวกเดียวกันคือ เหยื่อของวิญญาณต่อต้านพระคริสต์

การเสด็จเข้ามาของพระองค์ในรูปแบบพระกายได้อธิบายไว้อย่างละเอียดโดยอัครสาวกเปาโลว่า *“**การที่พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาในสภาพเหมือนเนื้อหนังที่บาปและเพื่อไถ่บาป ได้ทรงปรับโทษบาปที่อยู่ในเนื้อหนัง* *เพื่อความชอบธรรมแห่งพระราชบัญญัติจะได้สำเร็จในพวกเรา ผู้ซึ่งไม่ดำเนินตามเนื้อหนัง แต่ตามพระวิญญาณ**” *(รม. 8: 3ข-4)

เพราะว่ามนุษย์ตกอยู่ในกายของเนื้อหนังนี้และฉะนั้นจึงต้องตาย พระผู้ไถ่ต้องมีสภาพเหมือนเนื้อหนังที่บาป คำสอนว่านางมารีย์เกิดมาโดยปราศจากบาปนั้นเป็นของผู้ต่อต้านพระคริสต์ พระคริสต์เท่านั้นที่ทรงปราศจากบาปและพระองค์ผู้เดียวที่ทรงปราศจากตำหนิและปราศจากจุดด่างพร้อย (1 ปต. 1: 19) พระองค์ทรงต้องเข้ามาในเนื้อหนังที่บาป แต่กระนั้นพระองค์เองทรงปราศจากบาปเพื่อจะทรงไถ่สรรพสิ่งของการทรงสร้างที่ได้ล้มลงจากสภาพบาป พระองค์ทรงต้องกระทำให้พวกเราชอบธรรมตามข้อกำหนดพระราชบัญญัติแล้ว โดยทรงยอมถูกสาปแช่งเพื่อพวกเรา (กท. 3: 13)

ไม่มีสิ่งเช่นนั้นที่เรียกว่า แม่พระปฏิสนธินิรมล นางเป็นส่วนหนึ่งของการทรงสร้างที่ได้ล้มลงและนางได้ถูกใช้เป็นภาชนะเพื่อการรับผู้ที่ทรงปราศจากบาป ผู้ที่ทรงสามารถนำพวกเราออกจากสถานะบาปได้ ทรัพย์สมบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกวางลงในภาชนะที่ไม่บริสุทธิ์ ตอนนี้พวกคนเหล่านั้นที่เกิดมาในบาปจึงรับพระคริสต์ผู้ที่ทรงปราศจากบาปได้ พวกเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของการทรงสร้างที่ได้ล้มลงด้วยเช่นกัน ทรัพย์สมบัติแห่งสวรรค์ในภาชนะทั้งหลายของโลก มิใช่ภาชนะนั้นที่มีความสำคัญ แต่เป็นทรัพย์สมบัติที่อยู่ในนั้น *“**แต่พวกเรามีทรัพย์สมบัตินี้อยู่ในภาชนะดิน เพื่อความยอดเยี่ยมแห่งฤทธานุภาพนั้นจะเป็นของพระเจ้า และไม่ใช่ของพวกเรา**”* (2 คร. 4: 7)

ใครก็ตามที่เพียงพูดว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า” และจากนั้นคิดและเชื่อตามที่เขาปรารถนาโดยมิได้เข้าใจสาระสำคัญในคำถามเลย นอกจากนี้ผู้ที่พูดซ้ำๆ เบาๆ ว่า “ฉันเชื่อว่าพระเยซูได้เสด็จเข้ามาในเนื้อหนัง” ก็

ยังมิได้แสดงให้เห็นสิ่งที่ข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเป็นพยานตามความเป็นจริง พระองค์ทรงปราศจากตำหนิและทรงปราศจากบาป ซาตานไม่มีสิทธิ์ไม่มีส่วนกับพระองค์ แต่กระนั้นพระองค์ทรงต้องกลายเป็นบาปสำหรับพวกเราทุกคนและทรงต้องรับการลงโทษซึ่งเป็นข้อกำหนดของความชอบธรรมพระเจ้าสำหรับบาป ดังนั้นพระองค์จึงต้องทรงสิ้นพระชนม์เพื่อทรงไถ่บาปให้พวกเราและทรงช่วยพวกเราให้พ้นจากความตาย *“**ด้วยว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์โดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา**”* (โรม 6: 23)

มีอีกแง่มุมหนึ่งที่พวกเราสามารถตรวจจับคำสอนของผู้ต่อต้านพระคริสต์ได้ ในจดหมายฉบับที่สองของยอห์น ข้อ 7 อัครสาวกแถลงว่า *“**เพราะว่าผู้ล่อลวงเป็นอันมากได้เข้ามาในโลกแล้ว ผู้ซึ่งไม่กล่าวยอมรับว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมารับสภาพของเนื้อหนัง คนนี้แหละเป็นผู้ล่อลวงและเป็นปฏิปักษ์ต่อพระคริสต์**”* (ฉบับขยายความ) มันสังเกตเห็นได้ชัดเจนอย่างมากในดังที่เรียกว่า หลักข้อเชื่อของอัครสาวก ไม่มีอะไรที่ถูกกล่าวถึงการเสด็จกลับมาด้วยพระกายของพระเยซูคริสต์ ในนั้นพวกเราพบสำนวนว่า “... จากนั้นพระองค์จะเสด็จมาพิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย ...“ การพิพากษาครั้งสุดท้ายไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเสด็จกลับมาด้วยการปรากฏฝ่ายพระกายของพระเยซูคริสต์อย่างแน่นอน

ทันทีทันใดหลังจากการเสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์ของพระเยซูคริสต์ พวกเราได้รับการบอกกล่าว*ว่า**“... **พระเยซูองค์เดียวกันนี้ ซึ่งทรงถูกรับไปจากพวกท่านขึ้นไปยังสวรรค์นั้น จะเสด็จมาอีกในลักษณะเดียวกันตามที่พวกท่านได้เห็นพระองค์เสด็จไปยังสวรรค์นั้น**”* (กิจการ 1: 11) พระเยซูเจ้าที่ทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้วนั้นยังทรงมีพระกายที่ฟื้นคืนพระชนม์ซึ่งพระองค์ทรงสามารถเสวยและทรงดื่มได้ ซึ่งเป็นพระกายที่โธมัสสามารถวางมือของเขาได้ (ยน. 20: 27) *“**แล้วพระเยซูจึงตรัสกับพวกเขาว่า ลูก ๆ เอ๋ย เจ้าทั้งหลายมีอาหารบ้างหรือเปล่า**? ...**แล้วพระเยซูทรงมา และหยิบขนมปัง และแจกให้พวกเขา กับปลาเช่นกัน**”* (ยอห์น 21: 5+13)

ใครก็ตามที่มีความเข้าใจฝ่ายวิญญาณของการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ก็เปิดเผยสำแดงด้วยข้อเท็จจริงนี้ได้ว่าเขากำลังเผยแพร่คำสอนของผู้ต่อต้านพระคริสต์ ตามยอห์น บทที่ 14 พระเยซูคริสต์ได้เสด็จขึ้นไปเพื่อจะทรงเตรียมสถานที่และได้ทรงสัญญาว่าจะเสด็จกลับมาและจะทรงรับพวกเราเข้าไปยังคฤหาสน์ในสวรรค์ ขณะนั้น 1 โครินธ์ บทที่ 15 จากข้อที่ 51 และ 1 เธสะโลนิกา บทที่ 4 จากข้อที่ 13 และข้อความจากข้อพระคัมภีร์อื่นๆ จะสำเร็จเป็นจริงได้ ความเข้าใจในแผนการณ์แห่งความรอดของพระเจ้าตามที่ได้เปิดเผยสำแดงแก่เหล่าผู้เผยพระวจนะและเหล่าอัครสาวกของพระองค์จะสูญหายไปไม่มากก็น้อยในช่วงประวัติศาสตร์คริสตจักรที่ไม่มีทั้งเหล่าอัครสาวกแท้หรือเหล่าผู้เผยพระวจนะแท้ซึ่งยืนหยัดขึ้นพร้อมกับพันธกิจของอัครสาวกและการเผยพระวจนะ

คำสอนต่อต้านพระคริสต์ถูกพบได้ในความจริงที่ว่าการเสด็จกลับมาของพระกายพระเยซูคริสต์ เจ้าบ่าว ผู้จะเสด็จกลับมารับเจ้าสาวอันเป็นที่รักของพระองค์กลับบ้านนั้นได้รับการปฏิเสธ เกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่มีการกล่าวถึงในลัทธิทั้งหลาย แต่กระนั้นข้อพระคัมภีร์กล่าวถึงการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ การฟื้นคืนชีพของพวกคนเหล่านั้นผู้ที่จะเข้าร่วมในการรับขึ้นไปและการเปลี่ยนแปลงของร่างมรรตัยของพวกคนเหล่านั้นผู้ที่เป็นอยู่ในขณะนั้นเข้าสู่ร่างกายที่ฟื้นคืนชีพในการที่พวกเรากำลังจะต้องได้ถูกรับขึ้นไปเพื่อจะพบพระเจ้าในอากาศ ยังมีน้อยคนนักที่รู้เกี่ยวกับพิธีอภิเษกสมรสของพระเมษโปดก (วิวรณ์ บทที่ 19) หรือการครองราชย์ยุคพันปี (วิวรณ์ บทที่ 20)

พระเยซูคริสต์องค์เดียวกันกับผู้ที่ได้ทรงถูกรับขึ้นไปสู่สวรรค์จะเสด็จกลับมาในวิธีการเดียวกันกับที่จะทรงนำเจ้าสาวของพระองค์เองกลับบ้านก่อนความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่และการพิพากษาจะเกิดขึ้นบนโลก ไม่ว่าในกรณีใดมันก็ไม่เพียงพอที่จะเพียงสารภาพบางอย่างด้วยริมฝีปากของพวกเรา พวกเราต้องการการเปิดเผยสำแดงที่แท้จริงของพระเยซู

คริสต์ ทั้งสองสิ่งต้องเป็นตามพระคัมภีร์ไบเบิล คำพยานของพวกเราเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า และคำพยานว่าพระองค์ทรงเป็นพระเยซูองค์เดียวกันที่จะเสด็จกลับมาด้วยพระกายของพระองค์เพื่อจะทรงรับเจ้าสาวของพระคริสต์ไปยังพิธีอภิเษกสมรส

 


## Chapter navigation

- [Previous chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4775.md)
- [Book contents](https://nasa.misia.sk/books/1756.md)
- [Next chapter](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4777.md)

## Available translations

- [ไทย (Thai)](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776.md)

## Source

- [Canonical HTML page](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776)
- [Markdown representation](https://nasa.misia.sk/book_chapters/4776.md)
