Circular Letter

จดหมายเวียน ปลายปี 2018

Ewald Frank

library_books Kapitoly: 6 calendar_month 1. 9. 2020

Formats

Navigate

Kapitoly

expand_more

Navigate

Kapitoly

Jump to any chapter without leaving the reader.

Kapitola 4

กลยุทธ์เก่าของซาตาน

4 / 6

มันเป็นการยากสำหรับพวกเราที่จะจินตนาการได้ว่า มันเป็นไปได้อย่างไรที่โอรสแห่งรุ่งอรุณจะสามารถขึ้นไปในสวรรค์ได้ เขาอยากจะตั้งราชบัลลังก์ของตนเองขึ้นบนภูเขาของการประชุม เพื่อจะทำให้ตนเองเทียบเท่ากับองค์ผู้สุดสูง ลูซีเฟอร์เอ๋ย โอรสแห่งรุ่งอรุณ เจ้าร่วงลงมาจากฟ้าสวรรค์แล้วสิ เจ้าถูกตัดลงมายังพื้นดินอย่างไรหนอ เจ้าผู้กระทำให้บรรดาประชาชาติตกต่ำน่ะ (อิสยาห์ 14 จากข้อ 12) เพราะเขาปรารถนาที่จะยกย่องตนเอง “ข้าจะ ... , ข้าจะ ...” เขามีหน้าที่รับผิดชอบสำหรับการร่วงลงมาและ โชคชะตาของตนเองและได้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของพระเจ้าและศัตรูของผู้เชื่อทั้งหลายทุกคน เขาได้นำเหล่าทูตสวรรค์ที่ติดตามเขาทั้งหมดมาด้วย ในวิวรณ์ 12:7-9 พวกเราได้รับการบอกกล่าวว่า ในการต่อสู้ท้ายสุดที่ได้เกิดขึ้นในสวรรค์: “และมีสงครามเกิดขึ้นในสวรรค์ มีคาเอลและพวกทูตสวรรค์ของท่านได้ต่อสู้กับพญานาค และพญานาคกับพวกทูตของมันก็ต่อสู้ แต่ฝ่ายพญานาคแพ้ และพวกพญานาคไม่มีที่อยู่ในสวรรค์อีกเลย พญานาคใหญ่ซึ่งเป็นงูดึกดำบรรพ์ ที่เขาเรียกกันว่า พญามารและซาตาน ผู้ล่อลวงมนุษย์ทั้งโลก พญานาคและพวกทูตของมันก็ถูกผลักทิ้งลงมาในแผ่นดินโลก”

“เพราะพระเยโฮวาห์จะทรงมีพระเมตตาต่อยาโคบ และจะทรงเลือกอิสราเอลอีก และจะทรงตั้งเขาทั้งหลายไว้ในแผ่นดินของเขาเอง คนต่างชาติจะสมทบกับเขา และติดสนิทอยู่กับวงศ์วานของยาโคบ” (อิสยาห์ 14:1)

“ท่านที่กระจายอิสราเอลนั้นจะรวบรวมเขา และจะดูแลเขาอย่างกับผู้เลี้ยงแกะดูแลฝูงแกะของเขา" (เยเรมีห์ 31:10)

“เพราะฉะนั้นจงกล่าวว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราจะรวบรวมเจ้ามาจากชนชาติทั้งหลาย และชุมนุมเจ้าจากประเทศที่เจ้ากระจัดกระจายไปอยู่นั้น และเราจะมอบแผ่นดินแห่งอิสราเอลให้แก่เจ้า” (เอเสเคียล 11:17)

“และพระเยโฮวาห์จะทรงรับยูดาห์เป็นมรดก เป็นส่วนของพระองค์ในแผ่นดินบริสุทธิ์ และจะเลือกสรรกรุงเยรูซาเล็มอีกครั้งหนึ่ง” (เศคาริยาห์ 2:12)

“บัดนี้ จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อ (โฮเชยา 9:10) เมื่อกิ่งก้านยังอ่อนและแตกใบแล้ว ท่านก็รู้ว่าฤดูร้อนใกล้จะถึงแล้ว ...” (มัทธิว 24:32)

มันไม่ง่ายสำหรับพวกเราที่จะเข้าใจเรื่องนั้นหลังจากการจลาจลในสวรรค์และการร่วงหล่นของเขาในฐานะที่เป็นฝ่ายตรงข้ามของพระเจ้า ซาตานได้วางแผนของมันอย่างต่อเนื่องบนแผ่นดินโลก และได้นำเรื่องเกี่ยวกับการล้มลงของมนุษย์มาในสวนเอเดน บราเดอร์บรานฮามได้เทศนาเกี่ยวกับเรื่องนี้บ่อยครั้ง ในตราประทับที่เจ็ดด้วย ผู้ใดจะสามารถเข้าใจพระบิดาเจ้าได้  ผู้ใดได้เดินเข้าไปในสวนเอเดน ได้อนุญาตซาตาน งูดึกดำบรรพ์ ทำให้เอวาเข้าไปพัวพันในการสนทนา และโยนความสงสัยบนพระวจนะของพระเจ้า: “พระเจ้าได้ตรัส ... จริงหรือ ?”

ณ ขณะนั้นนั่นเองเมื่อเอวาได้ฟังมันและซาตานได้จัดการหว่านข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสกับอาดัม มันได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือวิธีการที่ซาตานสามารถมีชัยชนะเหนือพระวจนะได้ ดั่งที่บราเดอร์บรานฮามได้เน้นแล้ว ท่านได้เทศนาต่อไปว่า ความไม่เชื่อ คือ บาปที่แท้จริง ซึ่งเป็นเหตุของการละเมิดอื่นๆ ทั้งหลาย ใครก็ตามที่ไม่เชื่อในสิ่งที่พระบิดาเจ้าได้ตรัสไว้จะถูกตราหน้าว่าเชื่อคำโกหกของซาตาน

บราเดอร์บรานฮามอยากจะเทศนาเกี่ยวกับเรื่อง “เส้นทางของชาติงูร้าย” ในวันที่ 24 ธันวาคม 1965 และได้ทำบันทึกย่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่ได้ถูกเรียกกลับบ้านในวันนั้นเอง งูร้ายในปฐมกาลได้ปฏิบัติการโดยมารยาและการล่อลวง และงูร้ายที่ปลายสุดนี้ก็ทำเหมือนกัน สิ่งยั่วยวนของเอวาได้เกิดขึ้นภายใต้น้ำพระทัยอนุญาตของพระเจ้า เพราะเหตุที่แผนการณ์แห่งความรอดจักสามารถบรรลุผลได้ในน้ำพระทัยอันไพบูลย์ของพระเจ้า ขณะที่หญิงซึ่งถูกล่อลวง นางได้นำอาดัมมาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของนาง และได้ดึงเขาเข้าไปในการล้มลง เชื้อสายที่มีขั้นพื้นฐานต่างกันสองเชื้อสายได้รับการสำแดงให้ปรากฏในคาอินและอาเบล ได้นำมาซึ่งการเป็นศัตรู แต่นั่นเป็นวิธีการของแผนการณ์แห่งความรอดของพระเจ้าเท่านั้นที่เข้าไปถึงได้ ทันทีหลังจากนั้น พระบิดาเจ้าได้ทรงสัญญาว่า เชื้อสายของพระเจ้าจะมาผู้หญิงและกระทำให้หัวของงูแหลก (ปฐมกาล 3:15) จากนั้นตามข้อตำหนิของอาดัม: "เพราะเจ้าเชื่อฟังเสียงของภรรยาของเจ้า ...” (ข้อ 17)

น่าเศร้าที่ปลายปี 1970 ซาตาน งูร้ายในพันธสัญญาเดิมได้เลื้อยเข้ามาท่ามกลางพวกเราที่นี่ด้วยโดยผ่านของประทานการเผยพระวจนะ มันได้เกิดขึ้นภายใต้กำบังของพระเจ้าตรัสดังนี้: "พระเจ้าตรัสดังนี้, ดูเถิด ผู้รับใช้ของเรา ...” กลายเป็น "หญิงได้กล่าวดังนี้ …" การทรงเรียกและสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสกับผู้รับใช้ของพระองค์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 1962 ได้ดึงเข้าไปในความสงสัย อะไรได้เกิดขึ้นในสวนเอเดนก็เป็นซ้ำแล้วซ้ำอีกที่นี่: “พระเจ้าได้ตรัสกับเขาจริงหรือ?” อย่างไรก็ตามกับคาอินและอาเบล นี่เป็นหนทางเดียวเท่านั้นสำหรับสองเชื้อสายที่ได้รับการเปิดเผยสำแดง

ด้วยการปองร้ายและข้อโต้แย้งทั้งหลายและภายใต้อิทธิพลโดยตรงของงูร้าย มันได้ขยายพันธุ์อย่างดัง: “พระเจ้ามิได้ตรัสกับเขาเลย” คริสตจักรท้องถิ่นได้ถูกทำลาย ผู้เชื่อทั้งหลายของพระธรรมเทศนายุคสุดท้ายทั่วโลกทุกคนได้ถูกดึงเข้าไปในการล่อลวง

ผู้ใดจะสามารถเข้าใจมันได้? วันที่ 16 มิถุนายน 1979 พระบิดาเจ้าได้ตรัสถ้อยคำเดียวกันกับในสวนเอเดนหกพันปีที่ผ่านมาด้วยเสียงฟ้าร้องคำราม: "เพราะเจ้าฟังเสียงของภรรยาของเจ้า!" น้ำพระทัยอนุญาตของพระเจ้าต้องเกิดขึ้นที่นี่ด้วย เพื่อที่ตอนนี้น้ำพระทัยอันไพบูลย์ของพระเจ้าจะสามารถเกิดขึ้นในเชื้อสายแท้ บรรดาผู้เชื่อแท้

อะไรได้เกิดขึ้นในสวรรค์และในสวนเอเดนซึ่งอยู่เบื้องหลังพวกเรา นอกจากนั้นอะไรได้เกิดขึ้นในท่ามกลางของพวกเราที่มีผลที่ร้ายแรง เชื้อสายฝ่ายวิญญาณที่แตกต่างกันสองเชื้อสายได้อุบัติขึ้นมา: มีคนเหล่านั้นที่เชื่อในพระบัญชาของพระเจ้า และจากนั้นมีพวกคนที่ ชิงชังและเยาะเย้ยมัน พวกเขาเหล่านั้นที่อยู่ภายใต้อิทธิพลที่ไม่ถูกต้องซึ่งมิเคยได้วางเท้าเข้าไปในอาคารคริสตจักร ณ ศูนย์พันธกิจ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 1979 จนกระทั่งถึงวันนี้

แม้กระทั่งตอนนี้มันเป็นเกี่ยวกับสองเชื้อสาย ผู้เชื่อบางคนที่พระเจ้าพระองค์เองได้ประทานพระบัญชาในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการณ์แห่งความรอดโดยผ่านการทรงเรียกโดยตรง พันธกิจซึ่งได้ดำเนินการไปทั่วโลกมามากกว่าครึ่งศตวรรษ คนอื่นๆ ยังคงอยู่ในการสอนซึ่งมิใช่พระธรรมเทศนาแต่เป็นผู้เผยพระวจนะที่เป็นผู้นำหน้าของการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ และพวกเขากำลังรอคอยท่านอยู่ที่จะกลับมาและทำให้พันธกิจของท่านสมบูรณ์ในเต็นท์

พันธกิจอันมีเอกลักษณ์ของท่านซึ่งผมได้ร่วมเป็นสักขีพยานส่วนตัว เป็นการทำซ้ำของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วในพันธกิจของพระเจ้าของพวกเรา บราเดอร์บรานฮามได้เน้นเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าและจากนั้นได้อ้างถึงปฐมกาล บทที่ 18 การสนทนาของพระเจ้ากับอับราฮัม และ ยอห์น 5:19 ด้วย แต่ตอนนี้ผู้เผยพระวจนะท่านนี้กำลังได้รับการสรรเสริญโดยผ่านพวกคนนอกรีต แม้กระทั่งการนำไปสู่การบูชารูปเคารพที่สร้างขึ้นรอบๆ ท่าน พวกเขากำลังส่งข้ามสิ่งที่พระเจ้าทรงกำลังกระทำอยู่ในปัจจุบันโดยการปฏิเสธการเป็นผู้ส่งพระธรรมเทศนาของพระวจนะนี้ ในการกระทำดังนั้นพวกเขากำลังสร้างพระเจ้าพระองค์เอง ผู้ประทานพระบัญชา ผู้มุสา และผู้เผยพระวจนะด้วย ใครยืนยันมันได้ พระเจ้าตรัสแก่พวกเขาว่า “ดูก่อนให้เจ้าทั้งหลายผู้หมิ่นประมาท ประหลาดใจและถึงพินาศ ด้วยว่าเรากระทำการในกาลสมัยของเจ้า เป็นการที่แม้แต่มีผู้มาบอกแล้ว เจ้าก็จะไม่เชื่อเลย" (กิจการ 13:41)

ในเอเฟซัส บทที่ 6 พวกเราได้รับคำสั่งว่า “จงสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้าเพื่อจะต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือดแต่ต่อสู้กับเจ้าผู้ครอบครองอาณาจักร เจ้าผู้มีอำนาจ เจ้าผู้ปกครองความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับบรรดาวิญญาณชั่วในสถานฟ้าอากาศ” (ข้อ 11-12)

ทุกๆ ถ้อยคำในบทนี้เป็นอุทธรณ์ที่สำคัญ ซึ่งพวกเราต้องระวังและเชื่อฟัง

"และจงเอาความรอดเป็นหมวกเหล็กป้องกันศีรษะและจงถือพระแสงของพระวิญญาณ คือพระวจนะของพระเจ้า ...” (ข้อ 17) อัครสาวกได้อ้างถึงพระวจนะของพระเจ้าเปรียบเช่น "พระแสงดาบของพระวิญญาณ” ในบริบทของศึกสงครามฝ่ายวิญญาณ ท่านได้ขอให้ผู้เชื่อทั้งหลายที่จะอธิษฐานเผื่อกันและกันและอธิษฐานเผื่อท่านด้วยในข้อ 19: "และอธิษฐานเพื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อจะประทานให้ข้าพเจ้ามีคำพูดและเกิดใจกล้าประกาศถึงข้อลึกลับแห่งข่าวประเสริฐได้ ...”

ในวิวรณ์ 12:10-11 พวกเราอ่านเกี่ยวกับผู้คนที่มีชัยชนะและได้ถูกรับขึ้นไป: "และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังขึ้นในสวรรค์ว่า “บัดนี้ความรอด และฤทธิ์เดช และราชอาณาจักรของพระเจ้าของเรา และอำนาจพระคริสต์ของพระองค์ได้มาถึงแล้ว เพราะว่าผู้ที่กล่าวโทษพวกพี่น้องของเราต่อพระพักตร์ของพระเจ้าของเรา ทั้งกลางวันและกลางคืนนั้น ก็ได้ถูกผลักทิ้งลงมาแล้ว เขาเหล่านั้นชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และโดยคำพยานของพวกเขาเอง และเขาไม่ได้เสียดายที่จะพลีชีพของตน”

Available translations