Book

ผู้คนถามคำถาม, พระเจ้าทรงตอบด้วยพระวจนะของพระองค์

Ewald Frank

library_books Chapters: 34 calendar_month 1. 9. 2020

Formats

Navigate

Chapters

expand_more

Navigate

Chapters

Jump to any chapter without leaving the reader.

คำถามที่นำเสนอ บราเดอร์ อีวอล์ด แฟรงก์ โดยผู้รับใช้พระเจ้าจากหลายประเทศ 1 คำถามที่ 1: ปัจจุบันนี้ตำแหน่งท่านต่อพันธกิจของบราเดอร์บรานฮามคืออะไร? 2 คำถามที่ 2: ถ้อยคำที่แท้จริงของพระบัญชาที่ให้ไว้แก่ วิลเลี่ยม บรานฮาม คืออะไร? 3 คำถามที่ 3: ความมั่นใจของท่านเกี่ยวกับเรื่อง “พระธรรมเทศนายุคสุดท้าย” คืออะไร? 4 คำถามที่ 4: ท่านแก้ไขผู้เผยพระวจนะในบางประเด็นหรือไม่? 5 คำถามที่ 5: สิ่งสมบูรณ์แบบที่สุดของท่านคืออะไร พระคัมภีร์ไบเบิลหรือคำเทศนา? 6 คำถามที่ 6: ท่านสอนแตกต่างไปในการเปรียบเทียบจากสิ่งที่บราเดอร์บรานฮามสอนหรือไม่? 7 คำถามที่ 7: ท่านเชื่อในการเปิดผนึกของตราประทับทั้งเจ็ดหรือไม่? 8 คำถามที่ 8: ตราประทับที่เจ็ดได้รับการเปิดเผยสำแดงด้วยเช่นกันหรือไม่? 9 คำถามที่ 9: ท่านเชื่อว่า วิวรณ์ 10: 1-7 สำเร็จแล้วในปี 1963 หรือไม่? 10 คำถามที่ 10: ท่านเชื่อว่า บราเดอร์บรานฮาม ได้รับการเปิดเผยสำแดงของเสียงฟ้าร้องทั้งเจ็ดหรือไม่? 11 คำถามที่ 11: เหตุใด บราเดอร์บรานฮาม จึงกล่าวซ้ำๆ เกี่ยวกับ “การดึงครั้งที่สาม”? 12 คำถามที่ 12: เหตุใดบราเดอร์บรานฮามจึงอ้างถึงพระธรรมวิวรณ์ บทที่ 10 ข้อที่ 7 บ่อยๆ? 13 คำถามที่ 13: ท่านเชื่อในพันธกิจของผู้ส่งสาส์นคนที่แปดหรือไม่? 14 คำถามที่ 14: ท่านเชื่อในคำสอนเรื่อง "การเสด็จมา (parousia)" หรือไม่? 15 คำถามที่ 15: ท่านเชื่อว่า บุตรมนุษย์ได้มาปรากฏแล้วตาม ลูกา 21:27 หรือไม่? 16 คำถามที่ 16: พันธกิจของท่านเกี่ยวกับอะไร? จะพบได้ในข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่? 17 คำถามที่ 17: ท่านเทศนาพระธรรมเทศนาทั้งหลายของบราเดอร์บรานฮามหรือไม่? 18 คำถามที่ 18: อาหารฝ่ายวิญญาณคืออะไร พระธรรมเทศนาของบราเดอร์บรานฮามหรือพระคัมภีร์ไบเบิล? 19 คำถามที่ 19: ผู้ใดจะนำเสนอคริสตจักรยุคสุดท้ายแด่พระเจ้า? 20 คำถามที่ 20: ท่านโต้ตอบกับคนที่ใส่ร้ายชื่อของท่านอย่างไร? 21 คำถามที่ 21: บราเดอร์บรานฮามสอนเรื่อง “พหุสมรส” หรือไม่? 22 คำถามที่ 22: การสอนเรื่องการแต่งงานและการหย่าร้างของท่านคืออะไร? 23 คำถามที่ 23: ครอบครัวของผู้รับใช้ของพระเจ้าเป็นอย่างไร? 24 คำถามที่ 24: หนังสือคริสตจักรเจ็ดยุคเกี่ยวกับอะไร? 25 คำถามที่ 25: ระยะเวลาของแต่ละยุคของคริสตจักรเจ็ดยุคได้รับการเปิดเผยสำแดงแก่บราเดอร์บรานฮามหรือไม่? 26 คำถามที่ 26: บราเดอร์บรานฮามได้เผยพระวจนะว่า ในปี 1977 จะเป็นจุดจบหรือไม่? 27 คำถามที่ 27: บราเดอร์บรานฮามได้เห็นปฏิทินที่จบลงในปี 1977 หรือไม่? 28 คำถามที่ 28: การรับบัพติศมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์เหมือนกับการบังเกิดใหม่หรือไม่? 29 คำถามที่ 29: นิมิตของเต็นท์ที่บราเดอร์บรานฮามมีเกี่ยวกับอะไร? 30 คำถามที่ 30: บางสิ่งบางอย่างที่ปรากฏในนิมิตยังไม่เกิดขึ้นหรือไม่? 31 คำถามที่ 31: พวกเราเปรียบเทียบอะไรระหว่างอิสราเอลกับคริสตจักร? 32 คำถามที่ 32: ตอนนี้พวกเราอยู่ในขั้นตอนใดตามแผนการณ์แห่งความรอด? 33 สรุป 34

Chapter 24

คำถามที่ 23: ครอบครัวของผู้รับใช้ของพระเจ้าเป็นอย่างไร?

24 / 34

คำตอบ:               อีกครั้งหนึ่งที่พวกเราจำเป็นต้องถามถึงสิ่งที่ข้อพระคัมภีร์กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในมัทธิว บทที่ 5, 6 และ 7 พระเจ้าทรงเทศนาพระธรรมเทศนาที่ครอบคลุมทั้งหมดบนภูเขาแก่ฝูงชน ในตอนท้ายของบทเทศนาที่ยาวนานพวกเราอ่าน “และต่อมาครั้นพระเยซูตรัสถ้อยคำเหล่านี้เสร็จแล้วประชาชนก็อัศจรรย์ใจด้วยคำสั่งสอนของพระองค์” (7:28)

ในมัทธิว บทที่ 10 พระเจ้าทรงกล่าวกับเหล่าสาวกสิบสองคนซึ่งพระองค์ทรงเรียกว่า เหล่าอัครสาวก มิใช่ฝูงชน เมื่อทรงกล่าวกับพวกเขาพระองค์ตรัสว่า “… ถ้าผู้ใดไม่ต้อนรับท่านทั้งหลายและไม่ฟังคำของท่าน เมื่อจะออกจากเรือนนั้นเมืองนั้น จงสะบัดผงคลีที่ติดเท้าของท่านออกเสีย” (มัทธิว 10:14)

“ดูเถิด เราใช้พวกท่านไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่า …” (ข้อ 16)

“… แต่เมื่อเขาข่มเหงท่านในนครนี้ จงหนีไปยังอีกนครหนึ่ง …” (ข้อ 23) พระเจ้ายังทรงใช้ถ้อยแถลงที่สำคัญ ซึ่งอาจตัดสินจุดหมายปลายทางนิรันดร์ของคนบางคนได้อย่างดีมากว่า “ผู้ที่รับท่านทั้งหลายก็รับเรา และผู้ที่รับเราก็รับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา” (ข้อ 40) ทุกคนควรจะอ่านด้วยความใส่ใจอย่างมากที่พระเจ้าของพวกเราได้ตรัสเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นที่พระองค์ได้ทรงบัญชา พวกเขาต้องไปจากเมืองหนึ่งยังอีกเมืองหนึ่ง ไม่ว่าพวกเขาแต่งงานแล้วหรือโสด การทรงเรียกเป็นพระดำรัสสั่ง

พระเยซูคริสต์ พระเจ้าของพวกเราส่งข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ไปยังคนทั้งหลายที่พระองค์ได้ทรงเรียกให้ประกาศสันติสุข “อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะนำสันติภาพมาสู่โลก เรามิได้นำสันติภาพมาให้ แต่เรานำดาบมา ด้วยว่าเรามาเพื่อจะให้ลูกชายหมางใจกับบิดาของตน และลูกสาวหมางใจกับมารดา ... และผู้ที่อยู่ร่วมเรือนเดียวกัน ก็จะเป็นศัตรูต่อกัน“ (มัทธิว 10: 34-36) นั่นคือ ความวุ่นวายในครอบครัวที่บอกล่วงหน้าซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในบ้านของนักเทศน์ แม้กระนั้นผู้รับใช้ของพระเจ้าจะต้องเทศนาสั่งสอนต่อไป ผู้รับใช้ทั้งหลายซึ่งพระองค์ได้ทรงใช้ไปนั้นมิได้รับพระสัญญาถึงชีวิตครอบครัวที่ราบรื่นหรือพันธกิจที่น่าพอใจ พระเจ้ามิเคยตรัสว่า อัครสาวก, ผู้เผยพระวจนะ หรืออาจารย์ต้องแต่งงาน ไม่ว่าสถานภาพสมรสของผู้รับใช้ของพระเจ้าจะเป็นอย่างไรก็ตาม เขาต้องเชื่อฟังต่อพระบัญชาของพระเจ้า

ให้จับตาดู ถ้อยคำทั้งหลายที่ส่งไปยังเหล่าผู้ปกครองในคริสตจักรท้องถิ่นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างไร ตามที่กล่าวไว้ใน 1 ทิโมธี 3 และ ทิตัส 1 เหล่าผู้ปกครองและมัคนายกต้องแต่งงาน ถ้อยแถลงที่ว่า “พวกเขาต้องเป็นสามีของหญิงคนเดียว” มิได้หมายความว่าคนอื่นๆ ทุกคนจะสามารถมีภรรยาได้หลายคนเท่าที่พวกเขาต้องการ มันหมายความว่าผู้ชายที่มีหน้าที่รับผิดชอบบางสิ่งบางอย่างในคริสตจักรท้องถิ่นต้องแต่งงานเพราะเขาต้องจัดการกับปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในที่ประชุมท้องถิ่นนั้น ข้อความอ้างอิง: “พระคัมภีร์ไบเบิลต้องมีมัคนายกเป็นชายที่แต่งงานแล้ว เขาต้องเป็นสามีของภรรยาคนเดียว” (ซีโอดี, เล่ม 1, หน้า 354)

แล้วพระบุตรของพระเจ้า? แม้จะมีพันธกิจเหนือธรรมชาติของพระองค์ การทวีคูณของขนมปัง, การเยียวยารักษาโรคผู้คนที่เจ็บป่วย, การฟื้นคืนชีพของคนตาย, การสงบของพายุ, ฯลฯ พวกเราอ่าน “… แม้พวกน้องๆ ของพระองค์ก็มิได้เชื่อในพระองค์” (ยอห์น 7:5) พวกเขารู้จักพระองค์ตามเนื้อหนัง ไม่ใช่ตามพระวิญญาณ ตามที่กล่าวไว้ในมัทธิว 13:53-58 บุตรมนุษย์มิอาจจะทรงกระทำสิ่งใดในเมืองของตัวเองได้เพราะความไม่เชื่อของพวกเขา พวกเขากล่าวว่า “พวกเรารู้จักเขา เขาเป็นลูกช่างไม้ พวกเรารู้จักมารดาของเขาชื่อมารีย์ พวกเรารู้จักน้องชายทั้งหลายของเขา พวกเรารู้จักน้องสาวทั้งหลายของเขา” และพวกเขาหมางใจเพราะพวกเขาตัดสินตามสิ่งที่ตาของพวกเขามองเห็นและสิ่งที่คนทั้งหลายกำลังพูดอยู่ จากนั้นตามที่กล่าวไว้ในมัทธิว 13:57b ว่า “ผู้เผยพระวจนะจะไม่ขาดความนับถือ เว้นแต่ในบ้านเมืองของตน และในครัวเรือนของตน”

มันทำให้พวกเราเจ็บปวดที่จะอ่านสิ่งที่พวกผู้นำทางศาสนาในสมัยนั้นกล่าวเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พวกฟาริสีและพวกธรรมาจารย์กล่าวกับพระองค์ต่อพระพักตร์พระองค์ว่า “เรามิได้เกิดจากการล่วงประเวณี … ที่เราพูดว่า ท่านเป็นชาวสะมาเรียและมีผีสิงนั้น ไม่จริงหรือ? ลองจินตนาการอย่างฉับพลันว่า พระเยซูคริสต์ของเรา พระบุตรองค์เดียวของพระเจ้าทรงถูกติดป้ายว่าเป็นชาวสะมาเรียซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกิดมาในการผิดประเวณี นั่นคือช่วงเวลาที่พระองค์ได้ทรงแถลงว่า “…เรามาจากพระเจ้าและอยู่นี่แล้ว … ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือพญามาร” (ยอห์น 8:41-48)

ผู้รับใช้อาจจะคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากพระเจ้าของเขาได้หรือ? มันแสดงให้เห็นว่า พระผู้ช่วยให้รอดมิได้เสด็จมาเพื่อสร้างครอบครัวตามธรรมชาติ หรือทรงเปลี่ยนพันธกิจของพระองค์ให้เป็นธุรกิจที่ทำกำไร เช่นเดียวกับบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์ พวกเขามีการทรงเรียกที่สูงกว่าเพื่อจะรับใช้พระกายของพระคริสต์ การทรงเรียกซึ่งนอกเหนือไปจากความผูกพันทั้งหลายของครอบครัวฝ่ายธรรมชาติ

นอกจากนี้ยังไม่มีพระสัญญาในพระวจนะของพระเจ้าสำหรับบุตรทั้งหลายของผู้เผยพระวจนะ หรืออัครสาวก หรือครูอาจารย์ ที่จะเป็นทายาททั้งหลายของพระบัญชาหรือการทรงเรียก ผู้เผยพระวจนะซามูเอลตั้งใจดีเมื่อเขาแต่งตั้งบุตรชายสองคนของเขาให้เป็นผู้วินิจฉัย แต่ “… พวกเขาได้หลีกเลี่ยงไปหาผลกำไร และรับสินบน และบิดเบือนการพิพากษาเสีย” (1 ซามูเอล 8:1-5) แม้แต่การตัดสินใจอย่างดีของผู้เผยพระวจนะก็ล้มเหลวได้ แต่สิ่งที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งมิอาจจะล้มเหลวได้ นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดขึ้นได้ว่า บุตรชายของผู้เผยพระวจนะ, ของกษัตริย์ หรือของคนของพระเจ้าสามารถดำรงตำแหน่งและยกย่องตัวของเขาเอง ดึงผู้คนเข้ามาเพื่อจะติดตามเขา ตัวอย่างหนึ่งซึ่งถูกบันทึกไว้ใน 1 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 1 เมื่ออาโดนียาห์โอรสของดาวิดโดยพระนางฮักกีทได้ยกตัวเองขึ้นกล่าวว่า “… เราจะเป็นกษัตริย์ … และท่านได้เตรียมรถม้าศึกและทหารม้า กับพลทหารวิ่งนำหน้าท่านห้าสิบคน” การตัดสินพระทัยของพระเจ้าได้เกิดขึ้นแล้ว: ซาโลมอนต้องเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ของดาวิด พี่น้องทั้งหลายของท่าน อย่างไรก็ตามไม่คิดว่าท่านควรจะได้ครองบัลลังก์

มันเป็นไปได้ยิ่งกว่านั้นที่บุตรชายทั้งหลายจะพูดกับตัวของพวกเขาเองและผู้อื่นว่า “ผมจะเป็นประธานาธิบดี!” “ผมจะเป็นผู้นำ!” “ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบ!” “ผมจะจัดการประชุม!” “ผมจะมีคริสตจักร ... ” “ผมจะ …” “ผมจะ …” ไม่ว่าสถานการณ์ส่วนตัวของพวกเขาจะเป็นเช่นไร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเวลาบรรดาผู้รับใช้ที่แท้จริงทุกท่านของพระเจ้าได้เชื่อฟังพระบัญชาของตน ซึ่งพระเจ้ามิอาจจะทรงนำกลับคืนมาได้ ไม่มีผู้รับใช้ของพระเจ้าคนใดเคยกล่าวว่า “ผมจะ… ผมอยากจะเป็น… ผมอยากจะทำสิ่งนี้หรืออย่างนั้น!” พวกเขาหลายคนไม่ได้ตั้งใจที่จะไปในตอนแรก แต่พวกเขาต้องไปเพราะการทรงเรียกของพระเจ้าคือปราศจากการกลับใจ ดังนั้นครอบครัวหรือไม่มีครอบครัว, แต่งงานแล้วหรือโสด, พระบัญชาของพระเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการณ์แห่งความรอด และจะต้องได้รับการดำเนินการภายใต้ทุกสถานการณ์และกรณีทั้งหลายทุกกรณี

Available translations