Book
คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง
Ewald Frank
Formats
Font Face
Line Height
Paragraph Gap
Font Size
Navigate
Kapitel
expand_more
Navigate
Kapitel
Navigate
Kapitel
Jump to any chapter without leaving the reader.
Kapitel 2
คำนำ
2 / 32
ในยุคสมัยของพวกเรานั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้าหาคนบางคนด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าและความเชื่อ สำหรับคนบางคนมันหมดไปแล้วจริงๆ และสำหรับพวกคนรุ่นเก่าๆ เท่านั้น พวกคนอื่นๆ ค้นหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายภายในตัวของพวกเขาเองและในธรรมชาติ และอีกครั้งหนึ่งที่คนอื่นๆ ปฏิเสธการดำรงอยู่ของพระเจ้าส่วนบุคคลในขณะที่มีพวกคนเหล่านั้นซึ่งพูดถึงอำนาจที่สูงกว่า เมื่อโศกนาฏกรรมบางอย่างเกิดขึ้นแม้กระทั่งพวกคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธพระเจ้าและไม่เชื่อในพระองค์ถามว่า “เหตุใดพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สิ่งทั้งหลายเป็นเช่นนั้น?”
เนื่องจากมันได้เป็นที่รับรู้อย่างเปิดเผยถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในอดีตในพระนามของพระเจ้าและภายใต้การปกคลุมของศาสนา มันได้ทำให้มีพวกคนที่สูญเสียความเชื่อในความชอบธรรมของพวกเขามากขึ้น นี่คือส่วนใหญ่เป็นเพราะว่าพวกเขานับถือสถาบันศาสนานี้และพระเจ้าในระดับเดียวกัน ในช่วงเวลาหนึ่งพวกนักประวัติศาสตร์ได้เขียนพวกหนังสือที่มีพวกรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เลวร้ายในยุคสมัยต่างๆ ไม่นานมานี้พวกผู้เขียนที่กล้าหาญได้นำสิ่งต่างๆ มาเปิดเผยบนพื้นผิวซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลย
ในทุกศาสนามีพวกคนที่สำนึกในการดำรงอยู่ของสิ่งที่ไม่เป็นเพียงแต่ธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นอาณาจักรเหนือธรรมชาติอีกด้วย มันเป็นที่เข้าใจกันว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อตายแต่เพื่อจะเป็นอยู่
ในความเป็นจริงมีเพียงไม่กี่คนมากนักที่มั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างจบลงที่จุดของความตาย แต่กระนั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ตระหนักถึงวาระสุดท้ายในเวลานี้ของความตายของพวกเขาที่พวกเขาได้ทำผิดพลาด
ทุกคนเกิดในประเทศนั้นๆ ในศาสนานั้นๆ หรือมีอุดมการณ์ของสิ่งที่พวกเขาจะเชื่อตามปกติว่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ความก้าวหน้าที่แทบจะมิอาจจะเข้าใจได้ในปัจจุบัน พัฒนาการจากม้าและเกวียนมาจนถึงการเปิดตัวจรวดที่ทันสมัยที่สุด, จากคนขับรถโค้ชไปจนถึงนักบินอวกาศและพวกนักบินจักรวาล ยืนยันถึงสิ่งที่พระบิดาเจ้าได้ตรัสไว้เมื่อเกือบหกพันปีก่อน: “... และบัดนี้จะไม่มีอะไรหยุดยั้งพวกเขาได้ในสิ่งที่พวกเขาคิดจะทำ” (ปฐก. 11: 6) ผลที่ตามมาคือมนุษย์เชื่อตัวของเขาเองและในความสำเร็จของเขามากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็เอนเอียงต่อต้านพระเจ้าและสงสัยพระวจนะของพระองค์มากขึ้น ฝ่ายตรงข้ามของพระเจ้าได้เริ่มต้นไว้แล้วในสวนเอเดนด้วยการสร้างความสงสัยในจิตใจของมนุษย์กลุ่มแรกในเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งที่พระผู้สร้างได้ตรัสว่า “... จริงหรือที่พระเจ้าตรัสว่า พวกเจ้าอย่ากินผลจากต้นไม้ทุกชนิดในสวนนี้?” (ปฐก 3: 1) เขามิได้ปฏิเสธพระเจ้า แต่ใส่เครื่องหมายคำถามหลังพระวจนะของพระองค์ ปัจจุบันนี้เขาเป็นแรงบันดาลใจให้พวกคนที่มีการศึกษาดี, ความคิดทางปัญญาและวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ และเขาเกี่ยวข้องกับพวกเขาในข้อโต้แย้งต่างๆ อันหลากหลาย จนกระทั่งเขาประสบความสำเร็จที่จะนำพวกเขาขึ้นมาในการต่อต้านพระผู้สร้าง พวกคนมากมายหลายคนกำลังสงสัยพระวจนะของพระเจ้า เพียงเพราะว่าพวกเขามองดูที่ความล้มเหลวและการกระทำของพวกคนเหล่านั้นที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของพระองค์
ถ้าหากว่าใครบางคนเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้โดยการระเบิดของบางประเภท คนพวกเดียวกันควรจะดูหรือแสดงสถานที่ซึ่งมีการระเบิดเกิดขึ้นได้ ถ้าหากมีใครบางคนเชื่อว่าสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายพัฒนามาจากเซลล์ดั้งเดิมเซลล์เดียว คนพวกเดียวกันต้องบอกพวกเราได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบที่จะนำเซลล์นั้นเข้ามาในการเป็นอยู่และทำให้มีชีวิตอยู่ในนั้นได้ ใครก็ตามที่เชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการต้องอธิบายได้ว่า เหตุใดพวกเราถึงยังมีสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำและสรรพสิ่งที่มีชีวิตเหมือนกัน ถ้าหากมีพัฒนาการเช่นนั้นได้เกิดขึ้น ตามคำกล่าวของพระผู้สร้างนั้นทุกสิ่งทุกอย่างนำมาซึ่งตามชนิดของมันเอง มันเป็นแบบนั้นมาจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ทุกวันในโลกทั้งหมด ชีวิตใหม่เกิดขึ้นโดยคนนับล้านและเป็นการทำซ้ำๆ ของการอัศจรรย์ที่สร้างสรรค์ การยืนยันที่หลีกเลี่ยงหลักฐานความเป็นจริงที่ชัดเจนมาจากแหล่งเดียวและมีเป้าหมายเดียว ดังที่เรียกว่าเพื่อทำให้สงสัยรายงานการทรงสร้างในข้อพระคัมภีร์ทั้งหลายและเพื่อจะทำให้พระผู้สร้างมิได้ทรงดำรงอยู่จริง
มันสำคัญมากที่จะต้องรับรู้ข้อเท็จจริงต่อไปนี้: บรรดาผู้เผยพระวจนะที่พระเจ้าทรงใช้มานั้นมิได้เริ่มต้นทั้งความเชื่อหรือว่าพวกเขาได้เป็นพวกผู้ก่อตั้งศาสนาตามที่ประวัติศาสตร์ยืนยัน ไม่ทั้งเอโนคหรือโนอาห์, ไม่ทั้งอับราฮัมหรือโมเสส, ไม่ทั้งเอลียาห์หรืออิสยาห์; ไม่มีผู้เผยพระวจนะท่านใดที่พระเจ้าทรงใช้มาจริงๆ ที่ได้ก่อตั้งศาสนา ข้อเท็จจริงนี้มีความสำคัญมากที่สุด ทุกคนได้แบ่งปันสิ่งใดก็ตามที่พวกเขาได้รับมาจากพระเจ้า ดังนั้นพันธสัญญาเดิมทั้งหมดจึงเป็นหนึ่งหน่วยที่กลมกลืนกัน มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ตรัสและได้ทรงกระทำการ ดังที่เรียกว่า พระบิดาเจ้าพระองค์เองผู้ที่ทรงทราบแผนการณ์ของพระองค์แก่พวกคนเหล่านั้นที่พระองค์ทรงเรียกเพื่อพระประสงค์ที่เฉพาะเจาะจง พวกคนเหล่านี้เป็นบรรดากระบอกเสียงของพระเจ้า พวกเขาเป็นอยู่ในเวลาที่แตกต่างกันและได้รับส่วนของพระวจนะของพวกเขาตาม
พระบัญชาจากพระเจ้าและทำนายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการเผยพระวจนะถึงสิ่งทั้งหลายเพื่อเล็งถึงแผนการณ์แห่งความรอดของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาเป็นอยู่ในศตวรรษที่แตกต่างกันและอยู่ห่างกันหลายพันปีก็ไม่มีความขัดแย้งใดๆ นอกจากนั้นยังเป็นการประจวบเหมาะอย่างสมบูรณ์แบบในงานเขียนของพวกเขาอีกด้วย
เหล่าอัครสาวกที่พระเจ้าได้ทรงใช้มาก็มิได้ก่อตั้งศาสนาใดๆ อีกด้วย ในความอ่อนน้อมถ่อมตนและในความเรียบง่ายที่พวกเขาได้แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงอย่างท่วมท้นว่า บรรดาคำเผยพระวจนะของพันธสัญญาเดิมนั้นได้เกิดขึ้นเป็นจริงแล้วอย่างแม่นยำ ในส่วนของการก่อตั้งและการสร้างคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่ พวกเขาได้มอบถวายมันไว้แด่พระเจ้าแห่งพระสิริผู้ที่ได้ตรัสว่า "เราจะสร้างคริสตจักรของเรา" พระองค์มิได้ทรงฝากเรื่องนี้ไว้กับอัครสาวกเปโตร หรือเปาโล หรือใครก็ตาม แต่กระนั้นพระองค์ได้ทรงวางบรรดาพันธกิจต่างๆ และของประทานฝ่ายวิญญาณสำหรับการเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์เข้ามาในคริสตจักร (เอเฟซัส 4: 11; 1 โครินธ์ 12 + 14) คริสตจักรตามพระคัมภีร์ไบเบิลคือ สถาบันซึ่งมิได้จัดตั้งโดยมนุษย์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นอยู่มากกว่า มันคือสถานที่แห่งเดียวเท่านั้นที่พระเจ้าทรงเลือกบนแผ่นดินโลกที่จะทรงสำแดงพระองค์เองท่ามกลางพวกผู้ที่ได้รับการไถ่ผู้ได้พบพระคุณในสายพระเนตรของพระองค์ นอกจากนี้มันยังถูกเรียกว่าเป็นวิหารของพระเจ้า (เอเฟซัส 2: 21) และพระนิเวศน์ของพระเจ้า (ฮีบรู 3: 6) พระเจ้ามิได้ทรงสถิตย์อยู่
ในพระวิหารที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือในอาคารศักดิ์สิทธิ์ (อิสยาห์ 66: 1-2; กิจการ 7: 48-49) พระองค์ทรงดำรงอยู่ในจิตใจของคนทั้งหลายของพระองค์เองเท่านั้น ดังนั้นมันจึงมีความจำเป็นที่จะต้องกลับไปที่ต้นฉบับและไปยังจุดเริ่มต้นเพื่อให้ทราบอย่างแน่ชัดว่า คริสตจักรของพระเจ้าคืออะไร (1 ทิโมธี 3: 15) เชื่ออะไร, คำสอนคืออะไร และมีวิธีการบัพติศมาอย่างไร ฯลฯ คำตอบทั้งหลายจะพบได้เฉพาะในหนังสือแห่งความจริง - พระวจนะศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าเพียงเท่านั้น การตีพิมพ์นี้ได้เขียนขึ้นมาบนรากฐานนี้และความตระหนักต่อพระพักตร์พระเจ้า
Available translations