Book

คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง

Ewald Frank

library_books Kapitoly: 32 calendar_month 2. 9. 1993

Formats

Navigate

Kapitoly

expand_more

Navigate

Kapitoly

Jump to any chapter without leaving the reader.

บทนำ 1 คำนำ 2 บทที่ 1 - บนการทดสอบ การวิจัยของปัญญาจารย์ การสอบสวนฝ่ายวิญญาณตามกาลเวลา 3 บทที่ 2 - คริสต์ศาสนายุคเริ่มแรกและยุคสมัยต่างๆ ต่อมา 4 บทที่ 3 - การริเริ่มอย่างน่าเศร้า - จุดเริ่มต้นของภัยพิบัติ 5 บทที่ 4 - การเรียกร้องที่ไม่มีมูลความจริงของสมเด็จพระสันตะปาปา 6 บทที่ 5 - มารีย์คือใคร? 7 บทที่ 6 - ลัทธิพระแม่มารีย์คืออะไร? 8 บทที่ 7 - การปฏิรูป- การเริ่มต้นใหม่ 9 บทที่ 8 - ความเป็นพระเจ้า 10 บทที่ 9 - คำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง 11 บทที่ 10 - พระลักษณะทางกายภาพของพระเจ้า 12 บทที่ 11 - พระสิริของพระเจ้า 13 บทที่ 12 - ... ได้ทรงออกมาจากพระเจ้า 14 บทที่ 13 - พระนามของพระเจ้า 15 บทที่ 14 - การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์ 16 บทที่ 15 - พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า 17 บทที่ 16 - ใครก็ตามที่สารภาพต่อพระเยซูคริสต์ … การสารภาพถูกหรือผิด? 18 บทที่ 17 - พระเยซูคริสต์ทรงเป็นมนุษย์ 19 บทที่ 18 - การบัพติศมา 20 บทที่ 19 - พระกระยาหารมื้อค่ำของพระเยซูคริสต์ 21 บทที่ 20 - การล้มลง 22 บทที่ 21 - ความชอบธรรม 23 บทที่ 22 - การรื้อฟื้นใหม่และการบังเกิดใหม่ 24 บทที่ 23 - การชำระให้บริสุทธิ์ 25 บทที่ 24 - การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า 26 บทที่ 25 - การทรงเลือก- การทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า 27 บทที่ 26 - หนึ่งวันกับพระเจ้า - หนึ่งพันปี 28 บทที่ 27 - จักรวรรดิโรมันและ นัยสำคัญในวาระสุดท้ายของมัน 29 บทที่ 28 - บทสรุปสุดท้ายและหมายเลขลึกลับ 666 30 บทส่งท้าย 31 บรรณานุกรม 32

Kapitola 11

บทที่ 9 - คำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง

11 / 32

ในข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ประการแรก พวกเราต้องเผชิญหน้ากับคำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง ประการที่สอง คำพยานของบรรดาผู้เผยพระวจนะ และประการที่สามโดยบรรดาอัครสาวก ในพันธสัญญาเดิมพระเจ้าได้ทรงเปิดเผยพระองค์เองในพระกายฝ่ายวิญญาณ และได้ตรัสล่วงหน้าถึงการเปิดเผยสำแดงของพระองค์เองในพระกายฝ่ายเนื้อหนัง ในพันธสัญญาใหม่พวกเราพบการบรรลุตามพระสัญญานั้น

มันจำเป็นที่พวกเราต้องพิจารณาวิธีคิดของชาวยิว ดังนั้นเพียงเท่านั้นพวกเราสามารถเห็นพระเจ้าจากมุมมองดั้งเดิม มันถูกมอบไว้ให้กับพวกคนอิสราเอลเท่านั้นเพื่อเป็นพยานเกี่ยวกับพระเจ้าเที่ยงแท้พระองค์เดียว พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระองค์เองให้แก่อับราฮัม, อิสอัค และยาโคบ ในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ พระเจ้าได้ตรัสกับโมเสสหน้าต่อหน้า (อพยพ 33: 11) ตลอดยุคของพันธสัญญาเดิม พระเจ้าได้ทรงเลือกบรรดาผู้เผยพระวจนะชาวฮีบรูโดยผ่านผู้ที่พระองค์ได้ตรัสด้วยเพียงเท่านั้น

เพราะพระเจ้าทรงมีความโดดเด่นและทรงมาก่อน พระองค์จะทรงแนะนำพระองค์เองด้วยพระวจนะของพระองค์เอง:

“และพระเจ้าตรัสพระวจนะทั้งสิ้นต่อไปนี้ว่า เราคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินแห่งอียิปต์ คือจากเรือนแห่งการเป็นทาส เจ้าอย่ามีพระอื่นใดต่อหน้าเรา” (อพยพ 20: 1-3)

“ที่ได้ทรงสำแดงแก่ท่านนั้นก็เพื่อท่านจะได้ทราบว่า พระยาห์เวห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า; นอกจากพระองค์แล้ว ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย” (ฉธบ. 4: 35)

“เหตุฉะนั้น จงทราบเสียในวันนี้ และตรึกตรองอยู่ในใจของท่านว่า พระยาห์เวห์นั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าในสวรรค์เบื้องบนและบนแผ่นดินโลกเบื้องล่าง ไม่มีพระอื่นใดอีกเลย” (ฉธบ. 4:39)

“จงฟังเถิด โอ คนอิสราเอล พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นพระยาห์เวห์องค์เดียว” (ฉธบ. 6: 4)

“ดูเถิด บัดนี้ ตัวเราเอง คือเรานี่แหละเป็นผู้นั้น และไม่มีพระอื่นใดอยู่พร้อมกับเรา ...” (ฉธบ. 32: 39)

“เจ้าทั้งหลายเป็นเหล่าพยานของเรา พระยาห์เวห์ตรัส และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว เพื่อพวกเจ้าจะทราบและเชื่อเรา และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ ก่อนหน้าเรา ไม่มีพระเจ้าใดถูกปั้นขึ้น และภายหลังเราก็จะไม่มี เรา คือเราเอง เป็นพระยาห์เวห์ และนอกจากเราไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด” (อิสยาห์ 43: 10-11)

“เพื่อคนทั้งหลายจะได้ทราบว่า ตั้งแต่การขึ้นของดวงอาทิตย์ และจากทางทิศตะวันตก ไม่มีใครนอกจากเรา เราเป็นพระยาห์เวห์ และไม่มีอื่นใดอีก” (อิสยาห์ 45: 6)

“แต่เราคือพระยาห์เวห์ พระเจ้าของเจ้า ตั้งแต่แผ่นดินแห่งอียิปต์ และเจ้าจงไม่รู้จักพระอื่นนอกจากเรา เพราะไม่มีผู้ช่วยให้รอดอื่นใดนอกจากเรา” (โฮเชยา 13: 4)

ตอนนี้พวกเราจะอ้างถึงข้อพระคัมภีร์สองสามข้อในพันธสัญญาใหม่ซึ่งยืนยันข้อทั้งหลายที่อยู่ในพันธสัญญาเดิม

“...จงฟังเถิด โอ คนอิสราเอล องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเราทั้งหลายเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว … ดีแล้ว อาจารย์เจ้าข้า ท่านได้กล่าวความจริงแล้ว ด้วยว่ามีพระเจ้าองค์เดียว และไม่มีพระเจ้าอื่นนอกจากพระองค์เลย” (มาระโก 12: 29+32)

“โดยเห็นว่าเป็นพระเจ้าองค์เดียว ...“ (โรม 3: 30)

“แต่สำหรับพวกเรานั้นมีแต่พระเจ้าองค์เดียว ... (1 โครินธ์ 8: 6)

“บัดนี้ คนกลางก็ไม่ได้เป็นคนกลางของฝ่ายเดียว แต่พระเจ้านั้นทรงเป็นองค์เดียว” (กาลาเทีย 3:20)

“บัดนี้ แด่พระราชานิรันดร์ ผู้ทรงเป็นอมตะ มองไม่เห็น พระเจ้าผู้ทรงปรีชาญาณองค์เดียวเกียรติยศและสง่าราศีเป็นนิตย์” (1 ทิโมธี 1: 17)

“เพราะว่ามีพระเจ้าองค์เดียว …” (1 ทิโมธี 2: 5)

“ท่านเชื่อว่ามีพระเจ้าองค์เดียว; ท่านก็กระทำดีอยู่แล้ว” (ยากอบ 2: 19)

“ขอสง่าราศี บารมี การครอบครอง และอำนาจจงมีแด่พระเจ้าผู้ทรงพระปัญญาแต่เพียงพระองค์เดียว พระผู้ช่วยให้รอดของพวกเรา ทั้งในปัจจุบันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน” (ยูดาห์ 25)

ข้อพระคัมภีร์เผยพระวจนะทั้งหลายในพันธสัญญาเดิมและพวกคำสอนของอัครสาวกในพันธสัญญาใหม่เป็นพยานถึงสิ่งเดียวกัน ไม่ใช่ครั้งเดียวที่เป็นพระเจ้าสามหรือสองพระองค์ที่ถูกกล่าวถึงและคำศัพท์พระบุตรนิรันดร์ก็ไม่พบในที่ใด หนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่จำเป็นเลย ถ้าหากหลักคำสอนและความรู้ตามข้อพระคัมภีร์จะได้ถูกนำเข้าไปในการพิจารณา สิ่งที่เรียกว่า ตรีเอกานุภาพศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่เคยปรากฏ ไม่ปรากฏวันนี้และจะไม่ปรากฏตลอดกาล พระเจ้าทรงเป็นที่สิ้นสุดเสมอ และสิ่งใดก็ตามที่ออกมาจากพระองค์ก็ถูกนำมาเฉพาะในความสัมพันธ์กับพระองค์: พระบุตรของพระเจ้า, พระวจนะของพระเจ้า, พระวิญญาณของพระเจ้า ฯลฯ พระบุตร, พระวจนะ, พระวิญญาณ ฯลฯ มีพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นจุดสุดท้ายของการกำเนิด แต่พระเจ้าไม่มีจุดกำเนิดเช่นนี้เพราะพระองค์ทรงเป็นที่สิ้นสุดและทรงเป็นนิรันดร์ พระองค์ทรงเป็นจุดจากที่ที่ทุกสิ่งทุกอย่างมารวมเข้าด้วยกัน

ในพันธสัญญาใหม่ พวกเราพบประโยคที่อยู่บนสุดและให้ความสว่างว่า “แต่สำหรับพวกเรานั้นมีแต่พระเจ้าองค์เดียว คือพระบิดา ซึ่งสิ่งทั้งปวงเป็นของพระองค์ และพวกเราอยู่ในพระองค์ และมีพระเยซูคริสต์เจ้าองค์เดียว ซึ่งสิ่งทั้งปวงเป็นมาโดยพระองค์ และพวกเราก็เป็นมาโดยพระองค์" (1 โครินธ์ 8: 6) แม้ว่าจะมีการกล่าวถึงคำศัพท์สองคำในข้อพระคัมภีร์นี้ มีการอ้างอิงถึงพระผู้สร้างเพียงพระองค์เดียวเพียงเท่านั้นเสมอ ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่งพระองค์ทรงถูกเรียกในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้า และจากนั้นในฐานะที่ทรงเป็นพระเยซูคริสต์

ดังนั้นพระเจ้าสามพระองค์จึงเป็นภาพเหมือนในฐานะพระองค์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ปรากฏอยู่ในจินตนาการของมนุษย์ ท่านเห็นอะไรในภาพเหล่านี้? หนึ่งหรือสามบุคคล? หนึ่งหรือสามองค์?

ภาพวาดภาพหนึ่งแสดงให้เห็นพระบิดาทรงถือคทา, พระบุตรทรงถือไม้กางเขน และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นนกพิราบ ภาพวาดอื่นๆ แสดงให้เห็นพระลักษณะพระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้าสามพระองค์เท่าเทียมกัน แนวความคิดทั้งสองนั้นแปลกสำหรับพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่

Available translations