Book
คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง
Ewald Frank
Formats
Typ písma
Výška riadku
Medzera odseku
Veľkosť písma
Navigate
Kapitoly
expand_more
Navigate
Kapitoly
Navigate
Kapitoly
Jump to any chapter without leaving the reader.
Kapitola 13
บทที่ 11 - พระสิริของพระเจ้า
13 / 32
พระบิดาเจ้าได้ทรงปรากฏแก่โมเสสในเปลวไฟที่ลุกโชนในพุ่มไม้ บนภูเขาซีนายเขาลงมาในกองเพลิงพร้อมกับฟ้าร้อง, ฟ้าแลบ และเสียงเป่าแตร ทุกคนได้ยินพระสุรเสียงอันเกรียงไกรของพระองค์ (อพยพ 19 + 20) “ครั้งนั้น โมเสสกับอาโรน นาดับและอาบีฮู และพวกผู้อาวุโสของอิสราเอลเจ็ดสิบคนได้ขึ้นไป และท่านทั้งหลายได้เห็นพระเจ้าแห่งอิสราเอล: และพื้นที่รองพระบาทของพระองค์ดุจพลอยไพฑูรย์ และสว่างสุกใสเหมือนฟ้าสวรรค์ทีเดียว และพระองค์มิได้ทรงวางพระหัตถ์ของพระองค์ลงบนบรรดาหัวหน้าของชนชาติอิสราเอล ท่านทั้งหลายได้เห็นพระเจ้า ได้กินและดื่มด้วย”(อพยพ 24: 9-11) ผู้คนทั้งหมดได้มีประสบการณ์ว่าพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ได้ทรงปรากฏสำแดงพระองค์บนแผ่นดินโลกอย่างไร มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับสิทธิพิเศษให้ปรากฏตัวในการทรงสถิตย์โดยตรงของพระองค์ พวกเขาได้เห็นพระองค์ในรูปแบบของพระกายและสามารถอธิบายสิ่งเดียวกันได้อย่างแม่นยำ
โมเสสได้ขึ้นไปบนภูเขาอีกครั้งหนึ่งเพื่อเข้าเฝ้าพระบิดาเจ้า "และโมเสสขึ้นไปบนภูเขา และเมฆก็ปกคลุมภูเขานั้นไว้ และพระสิริของพระเจ้ามาอยู่บนภูเขาซีนาย และเมฆนั้นปกคลุมภูเขาอยู่หกวัน และในวันที่เจ็ดพระองค์ทรงเรียกโมเสสจากท่ามกลางเมฆนั้น และพระสิริของพระเจ้าปรากฏแก่ตาของชนชาติอิสราเอลทั้งหลาย เหมือนเปลวไฟไหม้อยู่บนยอดภูเขา” (อพยพ 24: 15-17) เมื่อใดก็ตามที่พวกเราอ่านเกี่ยวกับ << พระสิริของพระเจ้า >> หมายถึง เชคินาห์ (Shekinah) และคำนี้ในภาษาฮีบรูหมายถึง แสงอันงดงามที่มองเห็นได้ด้วยตา ซึ่งบางครั้งอยู่ในรูปแบบของเมฆ เชคินาห์ในตัวเองคือ วิธีการอันเหนือธรรมชาติของพระเจ้าเพื่อทรงแสดงการปรากฏพระกายของพระองค์ให้เห็นได้ด้วยตา ในลักษณะนี้พระองค์ได้ทรงปรากฏแก่อิสราเอลในช่วงสี่สิบปีและได้เสด็จลงมายังพลับพลาแห่งที่ประชุมและที่นั่นได้ตรัสกับโมเสส โดยตอนกลางวันทรงเป็นเสาเมฆ โดยตอนกลางคืนเสาเพลิงด้วยการส่องแสงสว่างอันยิ่งใหญ่
คนอื่นๆ ของพระเจ้าได้เห็นพระสิริของพระเจ้าเชคินาห์นี้ว่า "และต่อมา เมื่อพวกปุโรหิตออกมาจากสถานที่บริสุทธิ์ เมฆก็มาเต็มพระนิเวศน์ของพระเจ้า จนพวกปุโรหิตยืนปรนนิบัติอยู่ไม่ได้เพราะเหตุเมฆนั้น เพราะว่าพระสิริของพระเจ้าได้เต็มพระนิเวศน์ของพระเจ้าแล้ว”(1 พงศ์กษัตริย์ 8: 10-11)
ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ได้เห็นพระเจ้าบนพระบัลลังก์ของพระองค์และได้บันทึกประสบการณ์ของเขาว่า “ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มไปด้วยพระสิริของพระองค์”(อสย. 6: 3)
นอกจากนี้ผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลยังได้รับอนุญาตให้เห็นพระสิริของพระเจ้าและได้บันทึกไว้ว่า “... ข้าพเจ้าเห็นเหมือนไฟ และมีความสุกใสที่อยู่รอบท่านผู้นั้น ลักษณะความสุกใสที่อยู่รอบนั้นเหมือนกับสัณฐานของรุ้งที่ปรากฏในเมฆในวันที่ฝนตก นี่คือลักษณะที่ปรากฏแห่งพระสิริของพระเจ้า...” (เอเสเคียล 1: 27ข-28)
การเปลี่ยนจากพันธสัญญาเดิมไปสู่พันธสัญญาใหม่นั้นสมบูรณ์แบบมากคือ มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงสามารถกระทำมันได้ ช่วงเวลาที่พระเจ้าแห่งพระสิริได้ทรงปรากฏในเนื้อหนัง มันเป็นชั่วโมงที่พระสิริ Shekinah นี้ลงมา "และ ดูเถิด มีทูตสวรรค์ของพระเจ้ามาปรากฏแก่พวกเขา และพระสิริของพระเจ้าส่องล้อมรอบพวกเขา และพวกเขารู้สึกกลัวยิ่งนัก”(ลก. 2: 9) บนภูเขาจำแลงพระกาย พระสิริเดียวกันได้ลงมา “ขณะที่เปโตรยังทูลอยู่ ดูเถิด เมฆสุกใสก้อนหนึ่งมาปกคลุมพวกเขาไว้ และดูเถิด มีพระสุรเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆนั้น ซึ่งตรัสว่า ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา ผู้ซึ่งเราโปรดปรานมาก เจ้าทั้งหลายจงฟังท่านเถิด ... และขณะที่พวกเขาลงมาจากภูเขา พระเยซูทรงกำชับพวกเขา โดยตรัสว่า อย่าบอกเรื่องนิมิตนี้แก่ผู้ใด จนกว่าบุตรมนุษย์จะเป็นขึ้นมาจากความตาย” (มธ. 17: 5+9)
ในคำอธิษฐานของพระองค์พระเจ้าของพวกเราตรัสในยอห์น 17: 5 “และบัดนี้ โอ พระบิดาเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดให้ข้าพระองค์ได้รับสง่าราศีกับพระองค์เอง ด้วยสง่าราศีซึ่งข้าพระองค์ได้มีกับพระองค์ก่อนที่โลกนี้ได้บังเกิดขึ้นมา“ ก่อนที่โลกจะเกิดขึ้นนั้นพระองค์ได้เสด็จล่วงหน้าไป พระเจ้าในฐานะที่ทรงเป็น โลโกส – ยาห์เวห์ และด้วยพระสิริเหนือธรรมชาตินี้ พระองค์ในฐานะที่ทรงเป็น Yahshua ทรงสมควรได้รับการยกย่อง ประสบการณ์เดียวกันกำลังรอคอยอยู่
เพื่อผู้ที่ได้รับการไถ่ “และสง่าราศีซึ่งพระองค์ได้ประทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็มอบให้แก่พวกเขาแล้ว เพื่อพวกเขาจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนอย่างที่เราทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้น”(ยน. 17: 22) ความสมบูรณ์แบบของผู้ได้รับการทรงเลือกสรรมีคำอธิบายดังต่อไปนี้“พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ปรารถนาให้คนเหล่านั้น ผู้ซึ่งพระองค์ประทานให้แก่ข้าพระองค์แล้ว อยู่กับข้าพระองค์ในที่ซึ่งข้าพระองค์อยู่นั้นด้วย เพื่อพวกเขาจะได้เห็นสง่าราศีของข้าพระองค์ ซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์แล้ว เพราะพระองค์ได้ทรงรักข้าพระองค์ก่อนที่ทรงวางรากฐานของโลก“ (ข้อที่ 24) ข้อเดียวกันนี้ใช้กับพวกคนที่พระองค์ทรงเลือกก่อนที่การวางรากฐานโลก (เอเฟซัส 1: 4-5)
Available translations