Book

คริสต์ศาสนาตามประเพณี - ความจริง หรือ การหลอกลวง

Ewald Frank

library_books Kapitoly: 32 calendar_month 2. 9. 1993

Formats

Navigate

Kapitoly

expand_more

Navigate

Kapitoly

Jump to any chapter without leaving the reader.

บทนำ 1 คำนำ 2 บทที่ 1 - บนการทดสอบ การวิจัยของปัญญาจารย์ การสอบสวนฝ่ายวิญญาณตามกาลเวลา 3 บทที่ 2 - คริสต์ศาสนายุคเริ่มแรกและยุคสมัยต่างๆ ต่อมา 4 บทที่ 3 - การริเริ่มอย่างน่าเศร้า - จุดเริ่มต้นของภัยพิบัติ 5 บทที่ 4 - การเรียกร้องที่ไม่มีมูลความจริงของสมเด็จพระสันตะปาปา 6 บทที่ 5 - มารีย์คือใคร? 7 บทที่ 6 - ลัทธิพระแม่มารีย์คืออะไร? 8 บทที่ 7 - การปฏิรูป- การเริ่มต้นใหม่ 9 บทที่ 8 - ความเป็นพระเจ้า 10 บทที่ 9 - คำพยานของพระเจ้าพระองค์เอง 11 บทที่ 10 - พระลักษณะทางกายภาพของพระเจ้า 12 บทที่ 11 - พระสิริของพระเจ้า 13 บทที่ 12 - ... ได้ทรงออกมาจากพระเจ้า 14 บทที่ 13 - พระนามของพระเจ้า 15 บทที่ 14 - การเปรียบเทียบที่เป็นประโยชน์ 16 บทที่ 15 - พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า 17 บทที่ 16 - ใครก็ตามที่สารภาพต่อพระเยซูคริสต์ … การสารภาพถูกหรือผิด? 18 บทที่ 17 - พระเยซูคริสต์ทรงเป็นมนุษย์ 19 บทที่ 18 - การบัพติศมา 20 บทที่ 19 - พระกระยาหารมื้อค่ำของพระเยซูคริสต์ 21 บทที่ 20 - การล้มลง 22 บทที่ 21 - ความชอบธรรม 23 บทที่ 22 - การรื้อฟื้นใหม่และการบังเกิดใหม่ 24 บทที่ 23 - การชำระให้บริสุทธิ์ 25 บทที่ 24 - การบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้า 26 บทที่ 25 - การทรงเลือก- การทรงกำหนดไว้ล่วงหน้า 27 บทที่ 26 - หนึ่งวันกับพระเจ้า - หนึ่งพันปี 28 บทที่ 27 - จักรวรรดิโรมันและ นัยสำคัญในวาระสุดท้ายของมัน 29 บทที่ 28 - บทสรุปสุดท้ายและหมายเลขลึกลับ 666 30 บทส่งท้าย 31 บรรณานุกรม 32

Kapitola 25

บทที่ 23 - การชำระให้บริสุทธิ์

25 / 32

เช่นเดียวกับอัครสาวกเปาโล ดังนั้นผู้รับใช้ที่แท้จริงของพระคริสต์ทุกคนจะระมัดระวังที่จะประกาศความจริงในพระคัมภีร์ไบเบิลทั้งหมดในลักษณะที่พวกผู้เชื่อจะนำไปสู่ชีวิตซึ่งเป็นที่ชอบพระทัยอันดีแด่พระเจ้า “คนต่างชาติอาจเป็นที่ยอมรับได้ โดยได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อข้าพเจ้าจะเป็นผู้รับใช้ของพระเยซูคริสต์ต่อพวกคนต่างชาติ โดยรับใช้ข่าวประเสริฐของพระเจ้า เพื่อการถวายพวกคนต่างชาตินั้นจะได้เป็นที่ชอบพระทัย โดยถูกแยกตั้งไว้โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์” (โรม 15: 16)

ประสบการณ์ของการชำระให้บริสุทธิ์เป็นส่วนหนึ่งของการประกาศของพระกิตติคุณสมบูรณ์ ข้อความต่อไปนี้มิอาจจะถูกเข้าใจผิดได้อย่างแน่นอน “จงติดตามความสงบสุขกับคนทั้งปวง และความบริสุทธิ์ ซึ่งโดยปราศจากสิ่งเหล่านี้ไม่มีมนุษย์คนใดจะได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า ... “ (ฮีบรู 12: 14) ข้อความนี้จะต้องถูกนำมาใช้อย่างจริงจังมาก พวกคนเหล่านั้นที่เชื่อและถูกทำให้ชอบธรรมและมีประสบการณ์การรื้อฟื้นใหม่และการบังเกิดใหม่นั้นได้รับการบอกเล่าว่า พวกเขาจะไม่เห็นพระเจ้าได้ถ้าปราศจากความบริสุทธิ์ กล่าวดังนั้นว่า พวกเขาไม่สามารถมีส่วนร่วมในการฟื้นคืนพระชนม์ครั้งแรก, การเปลี่ยนแปลง และการรับขึ้นไป และดังนั้นพวกเขาจะไม่เข้าร่วมในพระกระยาหารค่ำพิธีมงคลสมรสของพระเมษโปดก แต่นี่คือเป้าหมายอันยิ่งใหญ่และสูงสุดของพวกเรา พวกคนเหล่านั้นที่เชื่อย่อมอยากจะเห็นพระองค์, ได้รับการเปลี่ยนแปลงเข้าไปสู่พระฉายของพระองค์ (1 ยอห์น 3: 2-3) ณ เวลานั้นเท่านั้นมันจะสำเร็จตามที่พระเจ้าของพวกเราได้ทรงกล่าวในคำเทศนาบนภูเขาว่า “บรรดาผู้ที่บริสุทธิ์ในหัวใจย่อมได้รับพร ด้วยว่าเขาทั้งหลายจะได้เห็นพระเจ้า” (มัทธิว 5:8)

พวกผู้ที่ได้รับการไถ่ถูกทำให้บริสุทธิ์และได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยพระวิญญาณในพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า พวกเขาเชื่อในพระสัญญาทั้งหลายที่พระเจ้าได้ทรงกระทำไว้และเห็นว่าพวกมันสำเร็จแล้วตามนั้น “เหตุฉะนั้น โดยมีบรรดาพระสัญญาเหล่านี้แล้ว พวกที่รักอย่างยิ่ง จงให้พวกเราชำระพวกเราเองจากความโสโครกทุกอย่างแห่งเนื้อหนังและจิตวิญญาณ โดยทำให้ความบริสุทธิ์สมบูรณ์ในความเกรงกลัวพระเจ้า” (2 โครินธ์ 7: 1) ในบทที่แล้ว พวกเราได้รับการบอกเล่าว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร: พวกเขาตั้งใจฟังคำเตือนของพระเจ้า พวกเขาออกมาจากพวกการเรียนการสอนที่ไม่เป็นไปตามข้อพระคัมภีร์ทั้งหมดและดำเนินไปกับพระเจ้า พวกเขาเป็นประชากรของพระองค์อย่างแท้จริง พวกเขาได้รับการทรงเรียกให้ออกมา ดังนั้นจึงปฏิเสธทุกสิ่งที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดในพระเจ้า พวกเขายังสังเกตคำเตือนที่ว่า “... และอย่าแตะต้องสิ่งที่เป็นมลทิน และเราจะรับพวกเจ้าไว้ และจะเป็นบิดาแก่พวกเจ้า และพวกเจ้าจะเป็นบุตรชายบุตรสาวของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ตรัส” (2 โครินธ์ 6: 16-18)

ในข้อแรกมีการพูดถึงสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเกี่ยวกับการละเมิดฝ่ายร่างกายและอีกฝ่ายหนึ่งเกี่ยวกับการล่วงละเมิดฝ่ายวิญญาณซึ่งทำให้วิญญาณแปดเปื้อน ความบริสุทธิ์รวมถึงทุกส่วนของมนุษย์ พระคริสต์ผู้ทรงรักคริสตจักรของพระองค์อย่างสุดซึ้งและได้ประทานพระองค์เองให้เป็นค่าไถ่ยังได้ทรงกล่าวถึงสิ่งที่เป็นจุดประสงค์คือ “เพื่อพระองค์จะได้ทรงชำระให้บริสุทธิ์ และทำให้คริสตจักรนั้นสะอาดด้วยการชำระล้างแห่งน้ำโดยพระวจนะ เพื่อพระองค์จะได้ทรงมอบคริสตจักรที่มีสง่าราศีแด่พระองค์เอง ไม่มีจุดด่างพร้อย ริ้วรอย หรือสิ่งเช่นนั้นใดๆ เลย แต่เพื่อคริสตจักรนั้นจะบริสุทธิ์และปราศจากตำหนิ” (เอเฟซัส 5: 26-27)

ในสภาพเช่นนี้ พวกผู้ได้รับการไถ่จะต้องพบกับพระผู้ไถ่ของพวกเขา ในความบริสุทธิ์นี้ พวกเราได้รับการบอกเล่าเกี่ยวกับ “การชำระของน้ำด้วยพระวจนะ” ถ้อยคำสามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ใช่เพียงแค่โปรยคำไม่กี่คำที่นี่และที่นั่น แต่จุ่มให้มิดทั้งหมดเข้าไปในความไพบูลย์ของพระวจนะของพระเจ้าซึ่งเป็นพระวิญญาณและชีวิต คนทั้งคนด้วยจิตวิญญาณ, วิญญาณ และร่างกาย อยู่ภายใต้พระวจนะ และดังนั้นผู้เชื่อเป็นผู้กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่ใช่ในฐานะที่ต้องทำ แต่โดยเสรีและจงใจ การชำระของน้ำด้วยพระวจนะนี้ชำระพวกเราให้พ้นจากพวกประเพณีนอกข้อพระคัมภีร์ทั้งหมด จากนิสัยทั้งหมด และปลดปล่อยพวกเราจากพันธนาการทั้งหมด พระเจ้าของพวกเราตรัสว่า “บัดนี้ท่านทั้งหลายก็สะอาดแล้วโดยทางคำนั้นซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายแล้ว” (ยอห์น 15: 3) โดยการเปรียบเทียบชีวิตของพวกเรากับพระวจนะ พวกเราตระหนักว่าอะไรก็ตามที่ไม่เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าแล้วปรับชีวิตพวกเราตามนั้น

การชำระโดยพระวจนะและพระวิญญาณจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนบางคนยอมจำนนต่อพระวจนะโดยสิ้นเชิง พระเยซู พระเจ้าของพวกเรานั้นมิได้รับการทรงสร้างมาเพื่อการไถ่พวกเราเท่านั้น แต่พระองค์ทรงเป็นความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ของพวกเราด้วย (1 โครินธ์ 1: 30) หลังจากข้อนี้พวกเราอ่านดังต่อไปนี้ว่า “เพื่อที่ว่า ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ผู้ที่โอ้อวด จงให้ผู้นั้นอวดในองค์พระผู้เป็นเจ้าเถิด” (ข้อที่ 31) พวกเขาเหล่านั้นผู้ที่มีประสบการณ์พระเจ้าในความลึกซึ้งเช่นนี้ไม่มีที่สำหรับความสูงส่งสำหรับตนเอง เพราะพวกเขารู้ว่ามันไม่ใช่การกระทำของพวกเขา แต่เป็นของพระองค์ ดังนั้นพระองค์ผู้เดียวเท่านั้นที่จะทรงได้รับการสรรเสริญ และพระเกียรติทั้งปวงมีแด่พระองค์เท่านั้น “เพราะว่าพวกเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ถูกสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์ ให้เข้าสู่บรรดาการงานที่ดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อที่พวกเราจะดำเนินในการเหล่านั้น” (เอเฟซัส 2: 10) พระเจ้าทรงห่วงใยทุกสิ่งและพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมแม้แต่สิ่งเหล่านั้นที่พวกเราควรจะทำในภายหลัง พวกเราเพียงต้องเดินเข้าไปในนั้นเท่านั้น

พระเยซูได้ทรงตั้งความจริงไว้ให้แก่พวกเราว่า ความบริสุทธิ์หมายถึงอะไรจริงๆ และทรงแสดงให้เห็นว่าพระองค์ได้ทรงดูแลมันแล้วอย่างไร “ขอโปรดชำระพวกเขาให้บริสุทธิ์โดยทางความจริงของพระองค์ ... และเพราะเห็นแก่พวกเขา ข้าพระองค์จึงแยกตัวของข้าพระองค์ไว้ เพื่อพวกเขาจะรับการทรงชำระให้บริสุทธิ์โดยทางความจริงด้วย” (ยอห์น 17: 17-19) การชำระให้บริสุทธิ์โดยทางความจริงต่อพระพักตร์พระเจ้าจะอยู่ในพระวจนะแห่งความจริงเท่านั้นซึ่งศักดิ์สิทธิ์ในตัวของมันเองเท่านั้น ความพยายามโดยปราศจากการเชื่อฟังพระวจนะของพวกเราเองทั้งหมดนั้นก็ไร้ประโยขน์

ในข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย คำว่า "บริสุทธิ์" ถูกนำเสนอเป็นลำดับแรกในการอ้างถึงพระเจ้าผู้เดียวเท่านั้น พระองค์ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นแล้วทุกสิ่งที่มาจากพระองค์ก็บริสุทธิ์ พวกสิ่งเหล่านั้นที่พระองค์ทรงใช้ก็ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วยเช่นกัน ประชากรของพระองค์เป็นพวกคนบริสุทธิ์ (อพยพ 19: 6) บรรดาปุโรหิตของพระองค์บริสุทธิ์ เนื่องจากการทรงเรียกและการอุทิศตนของพวกเขา (เลวีนิติ 21) มหาปุโรหิตได้สลักไว้ว่า “บริสุทธิ์แด่พระเจ้า” (อพยพ 28: 36) เฉพาะในการเชื่อมต่อกับพระองค์เท่านั้นที่สรรพสิ่งและคนทั้งหลายจะบริสุทธิ์ได้และถูกแยกไว้แด่พระองค์เพื่อการรับใช้พิเศษ

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์มีประสบการณ์อันยิ่งใหญ่เมื่อเขาได้เห็นพระเจ้าบนบัลลังก์ของพระองค์และได้ยินสรรพสิ่งในสวรรค์ร้องว่า “บริสุทธิ์, บริสุทธิ์, บริสุทธิ์, พระยาห์เวห์จอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มไปด้วยสง่าราศีของพระองค์” (อิสยาห์ 6: 3) อัครสาวกยอห์นบันทึกประสบการณ์คล้ายคลึงกันเมื่อเขาได้เห็นพระเจ้าบนพระบัลลังก์ "... และสัตว์เหล่านั้นไม่หยุดพักเลยทั้งกลางวันและกลางคืน โดยร้องว่า บริสุทธิ์, บริสุทธิ์, บริสุทธิ์, พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ, ผู้ได้ทรงเป็น และทรงเป็น และกำลังจะเสด็จมา“ (วิวรณ์ 4: 8) ผู้บริสุทธิ์และพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบทรงกระทำความบริสุทธิ์ให้สมบูรณ์ พระองค์ทรงแยก พระองค์ทรงเรียกออกมา และพระองค์ทรงกระทำให้พวกผู้ได้รับการไถ่มีส่วนในพระองค์เอง “เพื่อว่าทั้งพระองค์ผู้ทรงชำระให้บริสุทธิ์ และคนเหล่านั้นผู้ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์นั้น ทั้งสิ้นเหล่านี้ก็มาจากแหล่งเดียวกัน เพราะเหตุนั้นพระองค์จึงไม่ทรงละอายที่จะทรงเรียกเขาเหล่านั้นว่า เป็นพี่น้องกัน ...” (ฮีบรู 2: 11)

พระเยซูคริสต์ พระผู้ไถ่ ทรงได้รับการเรียกว่า ผู้บริสุทธิ์ของพระเจ้าอีกด้วยเช่นกัน เพราะพระองค์ได้ทรงมาจากพระเจ้าผู้บริสุทธิ์ ชีวิตใหม่ที่ผู้ซึ่งได้รับจากพระเจ้าเป็นชีวิตของพระเยซูคริสต์ด้วยพระลักษณะอันบริสุทธิ์ทั้งหมดของพระองค์ ดังนั้นความบริสุทธิ์อันแท้จริงจึงเกิดขึ้นโดยผ่านทางพระวจนะของพระเจ้า “พวกเจ้าจงเป็นคนบริสุทธิ์ เพราะเราเป็นผู้บริสุทธิ์” (1 เปโตร 1: 16)

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อัครสาวกเปาโลเขียนถึงคริสตจักรทั้งหลายที่เชื่อประกอบด้วยพวกผู้บริสุทธิ์และเป็นที่รัก

“... แก่คนทั้งหลายที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วในพระเยซูคริสต์ ได้ถูกเรียกให้เป็นวิสุทธิชน ... “ (1 โครินธ์ 1: 2)

“... ถึงวิสุทธิชนที่เมืองเอเฟซัส ... “ (เอเฟซัส 1: 1)

“... ถึงวิสุทธิชนทุกคนในพระเยซูคริสต์ซึ่งอยู่ที่เมืองฟีลิปปี ...” (ฟิลิปปี 1: 1)

“เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อม ใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน” (โคโลสี 3: 12)

สำหรับพระเจ้าทุกสิ่งเป็นไปได้ พระองค์ทรงเห็นผู้ที่ได้รับการไถ่แล้วในฐานะที่ได้รับการทรงเรียกให้ออกมา, ได้รับการทำให้บริสุทธิ์ ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และเป็นสมบัติพิเศษของพระองค์ พวกเราบริสุทธิ์ได้เพราะพวกเราได้นำพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้ามาสู่ใจและชีวิตของพวกเรา การทรงสถิตของพระองค์ทำการชำระประชากรของพระองค์ให้บริสุทธิ์ได้ อัครสาวกเปาโลเขียนถึงการชำระให้บริสุทธิ์ในทางที่เกี่ยวกับความเชื่อและความจริง (2 ทิโมธี 2: 13)

ผู้ใดก็ตามที่ไม่ได้มีประสบการณ์พระเยซูคริสต์ในแบบเดียวกับที่พวกผู้เชื่อมีในยุคแรกของคริสต์ศาสนา คือโดยปราศจากชีวิตของพระเจ้า ถึงแม้ว่าเขาจะถอนตัวและแยกตัวออกจากความสุขทางโลกทั้งหมดและพยายามที่จะบริสุทธิ์ หลังจากที่พวกเราได้มีประสบการณ์พระคุณของพระเจ้าแล้วเท่านั้น ก็ได้รับการทรงเรียกและให้แยกออกมาจากของสิ่งของของโลก หลังจากได้รับการบังเกิดใหม่แล้วและถูกทำให้เป็นทรัพย์สินของพระเจ้า แล้วพวกเราก็ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยการทรงสถิตอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ พวกคนเหล่านั้นผู้ที่อุทิศตนอย่างเต็มที่และเชื่อฟังพระองค์ ด้วยการเคารพในพระวจนะของพระองค์สามารถชำระให้บริสุทธิ์ได้ในความจริงเท่านั้น พวกคนเหล่านั้นที่มีประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงมาเชื่อพระเจ้า และได้รับการทรงเรียกด้วยการทรงเรียกอันสูงนี้เพื่อพระประสงค์จำเพาะนั้นจะไม่มีส่วนร่วมในความสุขทางโลกใดๆ เลย เพราะว่ามีเขียนไว้ว่า “และโลกกำลังผ่านพ้นไป พร้อมกับราคะตัณหาของโลกนั้น; แต่ผู้ที่กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าก็ดำรงอยู่เป็นนิตย์” (1 ยอห์น 2: 17) สิ่งนี้ไม่เพียงแต่รวมถึงสิ่งที่พบในบัญญัติสิบประการและข้อบัญญัติอื่นๆ แต่มันรวมทั้งชีวิตส่วนตัวที่เทศนาในพระธรรมเทศนาบนภูเขาด้วย ในพระกิตติคุณและในจดหมายฝากทั้งหลาย พวกคนเหล่านั้นผู้ที่ได้รับการชำระให้บริสุทธิ์แล้วโดยพระเจ้าถือพระวจนะของพระองค์ไว้ในใจของพวกเขา พวกเขาพร้อมที่จะปฏิบัติตามเช่นเดียวกันและกระทำทุกสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์

อัครสาวกเปาโลกล่าวกับบรรดาผู้เชื่อเช่นนั้นด้วยประโยคต่อไปนี้ว่า “และขอพระเจ้าแห่งสันติสุของค์นั้นทรงตั้งพวกท่านให้เป็นคนบริสุทธิ์หมดจด; และข้าพเจ้าอธิษฐานต่อพระเจ้าให้ทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของพวกท่านไว้ให้ไร้ที่ติ จนถึงการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของพวกเรา พระองค์ผู้ทรงเรียกพวกท่านนั้นสัตย์ซื่อ ผู้จะทรงทำให้สิ่งนั้นสำเร็จด้วย” (1 เธสะโลนิกา 5: 23-24)

ข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศาสนกิจของคาทอลิกของการประกาศเป็นบุญราศีและการประกาศเป็นนักบุญ มันยังเป็นที่รู้จักกันด้วยอีกว่า มิได้เกี่ยวกับการเรียกพวกคนเหล่านั้นผู้ที่เสียชีวิตแล้วซึ่งควรจะเป็นพวกผู้บริสุทธิ์และ

พวกผู้อุปถัมภ์ การปฏิบัตินี้เป็นเพียงการสงบสติอารมณ์และการทำให้เข้าใจผิด คนหลายล้านคนร้องเรียกพวกผู้อุปถัมภ์นักบุญเช่นนั้นซึ่งไม่มีอยู่จริง พวกเราได้รับการบอกเล่าว่าให้ร้องทูลต่อพระเจ้าโดยตรง และไม่ใช่เรียกหาคนทั้งหลายผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ใครก็ตามที่ได้รับการบอกเล่าเกี่ยวกับการปฏิบัตินี้จะได้รู้ว่ามันเชื่อมโยงกับความเชื่อโชคลางของศาสนาตะวันออกไกลที่อ้างว่าได้ติดต่อกับบรรพบุรุษของพวกเขา พรที่แท้จริงและความศักดิ์สิทธิ์มาจากพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และทรงเป็นพระพรเพียงผู้เดียวเท่านั้น ผู้ใดก็ตามที่มิได้รับพรและบริสุทธิ์ในชีวิตของเขาที่นี่จะไม่อยู่หลังความตายอย่างแน่นอน คำอธิษฐานทั้งหลายสำหรับพวกผู้เจ็บป่วยยังผิดข้อพระคัมภีร์และไม่มีประโยชน์

อัครสาวกเปโตรเตือนบรรดาผู้เชื่อในมุมมองของวันแห่งสง่าราศีและยิ่งใหญ่ที่จะมาถึง “เมื่อเห็นแล้วว่าสิ่งทั้งปวงจะถูกทำให้สลายไปหมดสิ้น พวกท่านควรจะเป็นคนแบบไหนในบรรดาการกระทำอันบริสุทธิ์และทางของพระเจ้า โดยคอยท่าและรีบเร่งที่จะให้วันของพระเจ้ามาถึง ...” (2 เปโตร 3: 11-12)

มันต้องเน้นว่าความพยายามของพวกเราเองจะไม่เพียงพอ การชำระให้บริสุทธิ์เป็นพระราชกิจแห่งสง่าราศีของพระเจ้าในพวกเรา พวกเรากล่าวว่า "ใช่" แด่พระองค์และรับพระวจนะของพระองค์ทั้งหมดและดำเนินชีวิตตามนั้น ความบริสุทธิ์เกิดขึ้นได้เพราะการไถ่เมื่อพระคริสต์ทรงมีพระประสงค์อย่างมากที่จะถวายพระองค์เอง “โดยพระประสงค์นั้นเอง พวกเราจึงได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ โดยทางการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น" (ฮีบรู 10:10)

Available translations