Book
พระธรรมวิวรณ์ - ตราประทับทั้งเจ็ด?
Ewald Frank
Formats
Font Face
Line Height
Paragraph Gap
Font Size
Navigate
Kapitel
expand_more
Navigate
Kapitel
Navigate
Kapitel
Jump to any chapter without leaving the reader.
Kapitel 10
บทที่ 9 - ความทรมานซึ่งหาที่เปรียบมิได้
10 / 25
ความทรมานซึ่งหาที่เปรียบมิได้
แตรที่ห้า — วิบัติแรก
“และทูตสวรรค์องค์ที่ห้าเป่าแตรขึ้น และข้าพเจ้าได้เห็นดาวดวงหนึ่งตกจากท้องฟ้าอากาศลงมาที่แผ่นดินโลก และได้มอบลูกกุญแจแห่งเหวที่ไม่มีก้นเหวให้แก่เขา
และเขาเปิดเหวที่ไม่มีก้นเหวนั้น และมีควันพลุ่งขึ้นมาจากเหวนั้น เหมือนควันของเตาไฟใหญ่ และดวงอาทิตย์และท้องฟ้าอากาศก็มืดไปเพราะเหตุควันของเหวนั้น
และมีฝูงตั๊กแตนบินออกจากควันนั้นขึ้นมาบนแผ่นดินโลก และได้มอบอำนาจแก่ตั๊กแตนเหล่านั้น เหมือนกับพวกแมงป่องแห่งแผ่นดินโลกมีอำนาจ"(9: 1-3)
การประกาศท้ายบทที่ 8 นั้นชอบธรรมแล้ว เพราะความทุกข์ทรมานระหว่างแตรครั้งที่ห้านั้นเกินบรรยาย สิ่งนี้จะเกิดขึ้นแก่พวกคนเหล่านั้นที่ปฏิเสธพระคุณของพระเจ้าและไม่มีตราประทับของพระเจ้าในขณะนั้น ดั่งที่ได้กล่าวไปแล้วว่า 144,000 คน จะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่จะได้รับการปกป้องเพราะพวกเขามีตราประทับของพระเจ้า ตามคำพยานที่ไม่ผิดพลาดของข้อพระคัมภีร์ การพิพากษาของแตรทั้งหลายจะตกลงมาได้หลังจากพันธกิจสามปีครึ่งพันธกิจของผู้เผยพระวจนะทั้งสอง นั่นคือกล่าวได้ว่า หลังจากการประทับตรา 144,000 คน แล้วต่อจากนั้น พวกเขาเหล่านั้นซึ่งได้รับการประทับตราในอิสราเอลจะได้รับการปกป้องในช่วงห้าเดือนของความทุกข์ทรมานอันน่าสยดสยอง ณ แตรที่ห้า ในมุมมองของพวกคนเหล่านั้นซึ่งจะได้รับที่กำบัง พวกเราอ่าน
“มาเถิด ประชากรของข้าพเจ้าเอ๋ย เจ้าจงเข้าไปในห้องทั้งหลายของเจ้า และปิดประตูทั้งหลายของเจ้าเสียรอบเจ้า จงซ่อนตัวเหมือนกับเป็นเพียงชั่วครู่ จนกว่าพระพิโรธผ่านพ้นไปแล้ว” (อิสยาห์ 26: 20)
“และมีคำบัญชาแก่พวกมันไม่ให้ทำร้ายหญ้าแห่งแผ่นดินโลก หรือพืชเขียวใดๆ หรือต้นไม้ใดๆ แต่เฉพาะคนเหล่านั้นผู้ซึ่งไม่มีตราประทับของพระเจ้าในหน้าผากของพวกเขาเท่านั้น” (วิวรณ์ 9: 4) โปรดเปรียบเทียบบทที่ 7: 1-8
พวกสัตว์ประหลาดเหล่านี้มีพลังเหมือนพวกแมงป่องและจะต้องทรมานพวกคนที่อาศัยอยู่บนโลก มีการอธิบายไว้เสมือนว่าพวกมันมาจากนรกโดยตรง ดังนั้นความทุกข์ทรมานที่พวกมันทำจึงเกินความเข้าใจ ความทุกข์ทรมานนี้จำกัด อยู่ที่ห้าเดือน
“และได้มอบให้แก่พวกมันว่า ไม่ให้พวกมันฆ่าคนเหล่านั้น แต่ให้คนเหล่านั้นถูกทรมานเป็นเวลาห้าเดือน และการทรมานของคนเหล่านั้นเป็นเหมือนการทรมานของแมงป่อง เมื่อมันต่อยมนุษย์
และในวันเหล่านั้น คนทั้งหลายจะแสวงหาความตาย และจะไม่พบความตายนั้น และพวกเขาจะปรารถนาที่จะตาย และความตายจะหนีไปจากพวกเขา” (9: 5-6)
ในข้อที่ 7 ถึง 10 พวกเราพบคำอธิบายของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นที่ออกมาจากเหวที่ไม่มีก้นเหว:
“และรูปร่างของตั๊กแตนเหล่านั้นเหมือนพวกม้าที่ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบ และบนหัวของพวกมันมีสิ่งหนึ่งเหมือนเป็นมงกุฎทำด้วยทองคำ และหน้าของพวกมันเหมือนอย่างหน้ามนุษย์
และพวกมันมีผมเหมือนผมของผู้หญิง และฟันของพวกมันเหมือนฟันของสิงโต
และพวกมันมีทับทรวงป้องกันอก เหมือนกับเป็นทับทรวงป้องกันอกทำด้วยเหล็ก และเสียงแห่งปีกของพวกมันเหมือนเสียงของรถม้าศึกเป็นอันมากกำลังวิ่งเข้าการสู้รบ
และพวกมันมีหางเหมือนหางของแมงป่อง และมีเหล็กในอยู่ในหางของพวกมัน และพวกมันมีอำนาจที่จะทำร้ายมนุษย์เป็นเวลาห้าเดือน”
“และพวกมันมีกษัตริย์ปกครองพวกมัน ซึ่งเป็นทูตแห่งเหวที่ไม่มีก้นเหวนั้น ชื่อของทูตนั้นในภาษาฮีบรูคือ อาบัดโดน แต่ในภาษากรีกชื่อของทูตนั้นคือ อปอลลิโยน” (9: 11)
ความทรมานอันน่าสยดสยองต่อมนุษยชาติที่ปฏิเสธพระเจ้านั้นได้รับการอธิบายแล้วในฐานะที่เป็นวิบัติแรก
ในตอนนั้นเมื่ออิสราเอลถูกนำออกไปจากอียิปต์แล้ว พวกภัยพิบัติก็ตกลงมาบนแผ่นดิน ในทำนองเดียวกันพวกเราพบว่า ภัยพิบัติทั้งหลายซึ่งได้อธิบายไว้แล้วนั้นจะเกิดขึ้นในการพิพากษาของสี่แตรแรก พวกมันมุ่งตรงสู่การทรงสร้าง
ในแตรที่ห้าและที่หก พวกเราได้รับแจ้งเกี่ยวกับความทรมานซึ่งจะเกิดขึ้นแก่มนุษยชาติที่เป็นพวกคนอธรรม (พวกคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า) ในช่วงแตรที่ห้านั้นคนทั้งหลายมิอาจจะตายได้ แต่จะต้องทนกับความทรมานซึ่งเกินจะพรรณนา ในแตรที่หกความตายจะเข้ามาอย่างที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อนบนแผ่นดินโลกนี้
บรรดาคำพิพากษาของแตรทั้งหกจะตกลงมาเรียงตามลำดับเวลา เว้นแต่แตรที่เจ็ดซึ่งไม่มีคำพิพากษาแต่เป็นการประกาศการครองราชย์ของราชอาณาจักรมากกว่า
แตรที่หก — วิบัติที่สอง
“และทูตสวรรค์องค์ที่หกเป่าแตรขึ้น และข้าพเจ้าได้ยินเสียงออกมาจากเชิงงอนมุมทั้งสี่ของแท่นบูชาทองคำซึ่งอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้า
โดยกล่าวแก่ทูตสวรรค์องค์ที่หกซึ่งถือแตรนั้นว่า “จงแก้มัดทูตสวรรค์ทั้งสี่ซึ่งถูกมัดไว้ในยูเฟรติสแม่น้ำใหญ่นั้น”
และทูตสวรรค์ทั้งสี่นั้นได้ถูกแก้ปล่อยไป ซึ่งทรงเตรียมไว้สำหรับชั่วโมง และวัน และเดือน และปี เพื่อที่จะให้ฆ่ามนุษย์เสียหนึ่งในสามส่วน” (9: 13-15)
แม่น้ำยูเฟรติสที่ทูตสวรรค์ทั้งสี่ถูกผูกมัดไว้จนถึงช่วงเวลานั้นมีเส้นทางของมันผ่านประเทศอิรักในปัจจุบัน สถานที่ซึ่งมนุษยชาติได้ถือกำเนิด สถานที่ซึ่งมนุษย์เริ่มต้น สถานที่ซึ่งเคยเป็นสรวงสวรรค์และมีเมืองต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น กรุงบาบิโลน, เมืองฮาราน, เมืองเออร์ของชาวเคลเดีย, เมืองนีนะเวห์ และเมืองอื่นๆ จากที่นั่น ฝูงชนจำนวนมากนี้ซึ่งออกมาจากเหวที่ไม่มีก้นเหวจะเดินทัพเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อจะทำลายหนึ่งในสามของมนุษยชาติ นั่นจะเป็นปฏิบัติการทั่วโลก ดั่งที่เห็นได้จากคำอธิบายของบทที่ 7 โดยที่ทูตสวรรค์สี่องค์ปรากฏอยู่ที่สี่มุมของแผ่นดินโลก ที่นี่พวกเราชี้ตามภูมิศาสตร์ไปยังจุดนั้นๆ ที่การทำลายล้างอันน่าสยดสยองนี้จะเกิดขึ้นกับคนทั้งหลาย ณ วันอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า กองทัพของโลกก็จะเริ่มต้นจากที่นั่นอีกด้วยเช่นกัน
ทูตสวรรค์ทั้งสี่ถูกกล่าวถึงในบทที่ 7 ว่า จงอย่าทำร้ายต้นไม้ใดๆ หรือหญ้าใดๆ จนกว่าการประทับตราได้เกิดขึ้น ที่แตรที่หกพวกทูตสวรรค์ถูกแก้มัดและจะทำลายหนึ่งในสามของมนุษยชาติ เป็นต้น สำหรับพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้สำหรับปี, เดือน, วัน และชั่วโมง ตามที่ข้อความในข้อพระคัมภีร์ได้พิสูจน์ให้เห็น
“และจำนวนพลทหารม้ามีสองร้อยล้าน และข้าพเจ้าได้ยินจำนวนของคนเหล่านั้น
และข้าพเจ้าได้เห็นบรรดาม้าในนิมิตนั้นเป็นดังนี้ และคนเหล่านั้นที่นั่งบนหลังพวกมัน โดยมีทับทรวงป้องกันอกแห่งไฟ และแห่งพลอยสีแดง และกำมะถัน และหัวของม้าทั้งหลายนั้นเป็นเหมือนหัวของสิงโต และจากปากของพวกมันมีไฟ และควัน และกำมะถันพลุ่งออกมา
โดยสามสิ่งนี้หนึ่งในสามส่วนของมนุษย์ถูกฆ่าเสีย คือด้วยไฟ และด้วยควัน และด้วยกำมะถัน ที่พลุ่งออกมาจากปากของพวกมันนั้น"(ข้อ 16-18)
พวกอสูรกายเหล่านี้ได้รับบัญชาให้ทำลายหนึ่งในสามของมนุษยชาติที่เคยถูกทรมานมาก่อน เพราะในเวลานั้นไม่มีพระคุณอีกต่อไป การกลับใจมาเชื่อพระเจ้าเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้วสำหรับคนทุกคนที่อาศัยอยู่บนโลก มนุษยชาติที่ปราศจากพระเจ้าในเวลานั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานตามการเลือกของพวกเขาเอง
“และมนุษย์ทั้งหลายที่เหลืออยู่ ที่ยังมิได้ถูกฆ่าโดยภัยพิบัติเหล่านี้ ก็ไม่ได้กลับใจเสียใหม่จากบรรดาการงานแห่งมือของพวกเขา …”(9: 20)
ในแตรสี่ตัวแรก หนึ่งในสามตามคำพิพากษาได้เกิดขึ้นเสมอ: หนึ่งในสามของโลก, ต้นไม้, หญ้า, หนึ่งในสามของทะเลและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในนั้น, หนึ่งในสามของแม่น้ำ, หนึ่งในสามของดวงอาทิตย์, ดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลาย ในแตรที่หก หนึ่งในสามของมนุษยชาติจะตาย
ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อพระคัมภีร์เดียวกันในการอ้างอิงสำหรับการข่มเหงของชาวยิว ยิ่งกว่านั้นเพราะชาวยิวได้รับการประทับตราในเวลานั้นและจะได้รับการปกป้องตามที่ได้ทำนายไว้ในระหว่างการพิพากษาแตรที่ห้า พระวจนะทุกคำของพระเจ้าจะต้องถูกละไว้และให้เชื่ออย่างที่มันเป็น คำอธิบายของคำพิพากษาแตรที่หกบอกอย่างชัดเจนมากว่า หนึ่งในสามของมนุษยชาติบนโลกนี้จะถูกฆ่าตาย ด้วยหกพันล้านคนในโลกเวลานี้ มันก็จะเป็นสองพันล้านคน
Available translations