Pred pokračovaním sa musíte prihlásiť alebo zaregistrovať.

Book

พระธรรมวิวรณ์ - ตราประทับทั้งเจ็ด?

Ewald Frank

library_books Kapitoly: 25 calendar_month 2. 8. 2021

Formats

Navigate

Kapitoly

expand_more

Navigate

Kapitoly

Jump to any chapter without leaving the reader.

คำนำ 1 บทที่ 1 - บทนำ “วันแห่งพระยาห์เวห์” ที่มาและความสำคัญของการเผยพระวจนะ 2 บทที่ 2 - คำเทศนาทั้งเจ็ดของพระเยซูผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ 3 บทที่ 3 - คำเทศนาที่ห้า: ยุคปฏิรูป — เสริมกำลังผู้ที่อ่อนแอในความเชื่อ 4 บทที่ 4 - การเหลือบมองเข้าไปในสวรรค์ 5 บทที่ 5 - หนังสือลึกลับกับตราประทับทั้งเจ็ด 6 บทที่ 6 - การเปิดตราประทับทั้งหลาย การเปิดโปงอำนาจของผู้ต่อต้านพระคริสต์ มุมมองทั่วไป 7 บทที่ 7 - บรรดาคนยิวที่ได้รับการประทับตรา 8 บทที่ 8 - ตราประทับดวงที่เจ็ด 9 บทที่ 9 - ความทรมานซึ่งหาที่เปรียบมิได้ 10 บทที่ 10 - นิมิตระดับกลาง: หนังสือที่คลี่ออก พระเยซูในฐานะทูตสวรรค์แห่งพันธสัญญา 11 บทที่ 11 - นิมิตระดับกลางที่สอง: การวัดพระวิหารและ พันธกิจของพยานทั้งสอง 12 บทที่ 12 - ผู้หญิงที่มีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ พระคริสต์และประชากรของพระองค์ ซาตาน — มังกรแดงและผู้ติดตามของเขา 13 บทที่ 13 - นิมิตของดาเนียลในการทบทวนและความเกี่ยวข้องกับพระธรรมวิวรณ์ 14 บทที่ 14 - พระเมษโปดกกับ 144,000 คน ซึ่งได้รับการประทับตรา 15 บทที่ 15 - คำพิพากษาขันทั้งเจ็ด และฝูงชนที่ทะเลแก้ว 16 บทที่ 16 - เจ็ดขันแห่งพระพิโรธ: การพิพากษาครั้งสุดท้ายแห่งความเดือดดาลของพระเจ้า 17 บทที่ 17 - ผู้หญิงที่ขี่สัตว์ร้าย 18 บทที่ 18 - การล่มสลายของมหานครบาบิโลน 19 บทที่ 19 - ความปิติยินดีในสวรรค์เพราะความพินาศของบาบิโลน การอภิเษกสมรสของพระเมษโปดก 20 บทที่ 20 - การผูกมัดซาตาน 21 บทที่ 21 - การประกาศสวรรค์ใหม่และโลกใหม่ 22 บทที่ 22 - แม่น้ำแห่งชีวิตและบรรดาต้นไม้แห่งชีวิต 23 ภาคผนวก 24 บทส่งท้าย 25

Kapitola 16

บทที่ 15 - คำพิพากษาขันทั้งเจ็ด และฝูงชนที่ทะเลแก้ว

16 / 25

คำพิพากษาขันทั้งเจ็ด

และฝูงชนที่ทะเลแก้ว

“และข้าพเจ้าเห็นหมายสำคัญในสวรรค์อีกประการหนึ่ง ใหญ่ยิ่งและน่าประหลาด คือมีทูตสวรรค์เจ็ดองค์ถือภัยพิบัติเจ็ดอย่าง อันเป็นภัยพิบัติครั้งสุดท้าย เพราะว่าพระพิโรธของพระเจ้าสิ้นสุดลงด้วยภัยพิบัติเหล่านั้น"(ข้อที่ 1) ตามที่การประกาศแสดงการแก้แค้นของพระเจ้าจะถึงจุดสูงสุดของมันผ่านภัยพิบัติเหล่านี้ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นตรงจุดสิ้นสุดความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่

ในข้อที่ 2 พวกเราต่างคุ้นเคยอรรถบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มีการแสดงให้บรรดาผู้ที่มีชัยชนะและได้รับชัยชนะในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากเห็นได้ว่า “และข้าพเจ้าเห็นเป็นเหมือนทะเลแก้วปนไฟ และบรรดาคนที่มีชัยชนะต่อสัตว์ร้าย และรูปของมัน และเครื่องหมายของมัน และเลขประจำชื่อของมัน ยืนอยู่บนทะเลแก้วนั้น พวกเขาถือพิณเขาคู่ของพระเจ้า

พวกเขาร้องเพลงของโมเสส ซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และเพลงของพระเมษโปดกว่า “ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด พระราชกิจของพระองค์ใหญ่ยิ่งและมหัศจรรย์นัก ข้าแต่จอมกษัตริย์แห่งวิสุทธิชนทั้งปวง วิถีทางทั้งหลายของพระองค์เป็นความจริง” (ข้อที่ 2-3)

ดังที่กล่าวไปแล้วในบทที่ 4 ทะเลแก้วดุจแก้วผลึกอยู่หน้าพระที่นั่ง เจ้าสาวของพระคริสต์จะอยู่บนพระที่นั่ง (3: 21) พวกคนเหล่านั้นออกจากความทุกข์ยากต่อหน้าพระที่นั่ง (เปรียบเทียบ 7: 9) ที่คราวนี้ฝูงชนจำนวนมากปรากฏตัวต่อหน้าพระที่นั่ง พระที่นั่งของพระเจ้าในเวลานั้นจะอยู่ในสวรรค์เช่นเดียวกันกับการครองราชย์ของพระองค์บนแผ่นดินโลก บริบทนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ฝูงชนกลุ่มนี้ได้รับชัยชนะเหนือสัตว์ร้ายและรูปเคารพของเขาและเครื่องหมายของเขาและหมายเลขของชื่อของเขาและประกอบด้วยสองกลุ่ม แรงกดดันแบบเดียวกันกับที่มาถึงบรรดาผู้เชื่อแท้ก่อนการรับขึ้นไปที่ปราศจากความทุกข์ทรมานจะมาเยือนพวกคนเหล่านั้นที่เหลืออยู่ข้างหลังคือ พวกหญิงพรหมจารีที่โง่เขลาและพวกคนอิสราเอลกับมรณสักขี เพราะว่าจากนั้นซาตานถูกโยนลงมาบนแผ่นดินโลก ที่นี่พวกเราเห็นพวกคนเหล่านั้นที่ยังคงสัตย์ซื่อในระหว่างการข่มเหงครั้งใหญ่ ในบทที่ 20 พวกเราเห็นพวกคนเหล่านั้นที่เสียชีวิตในฐานะมรณสักขี

เพลงซึ่งได้กล่าวถึงในที่นี้มีกล่าวไว้แล้วในบทที่ 5 ตามที่ได้ยินว่ากำลังขับขานโดยพวกเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ ที่นี่พวกเรากำลังกล่าวถึงพวกคนยิวที่สัตย์ซื่อและพวกคนเหล่านั้นที่ยังคงสัตย์ซื่อในช่วงความทุกข์ยากจากบรรดาประชาชาติ สิ่งนี้ได้รับการยืนยันโดยข้อเท็จจริงที่จะร้องสองเพลง: เพลงของโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้า และเพลงของพระเมษโปดกข้อความนี้กำลังถูกนำมาสู่ลักษณะร่วมสามัญ เพราะว่าทรงเป็นพระเจ้าองค์เดียวกันที่จัดการกับอิสราเอลและกับบรรดาประชาชาติซึ่งรวมอยู่ในแผนการแห่งความรอดของพระองค์ พระเยซูจะทรงได้รับการสรรเสริญในฐานะพระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ผู้มีพระราชกิจที่ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์ พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมในทุกวิถีทางของพระองค์ จอมกษัตริย์ของบรรดาธรรมิกชนและบรรดาประชาชาติ

เมื่อสิ้นสุดการพิพากษาเหล่านี้ ในช่วงเปลี่ยนผ่านด้วยการเข้าสู่ยุคพันปี ดังนั้นจึงเขียนว่าบรรดาประชาชาติทั้งปวงจะมานมัสการพระเจ้า : "โอ ข้าแต่พระเจ้า มีผู้ใดบ้างที่จะไม่ยำเกรงพระองค์ และไม่ถวายพระเกียรติแด่พระนามของพระองค์? เพราะว่าพระองค์ผู้เดียวทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ ประชาชาติทั้งปวงจะมานมัสการจำเพาะพระพักตร์พระองค์ เพราะว่าการพิพากษาทั้งหลายของพระองค์ปรากฏแจ้งแล้ว” (ข้อที่ 4)

ในการอ้างอิงถึงการครองราชย์พันปี บรรดาผู้เผยพระวจนะในพันธสัญญาเดิมได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาก: “และมันจะเกิดขึ้น จากวันขึ้นค่ำหนึ่งถึงอีกวันหนึ่ง และจากสะบาโตหนึ่งถึงอีกวันหนึ่ง เนื้อหนังทั้งสิ้นจะมานมัสการต่อหน้าเรา” (อิสยาห์ 66: 23)

การพิพากษาอันเลวร้ายที่สุดจะมาถึงบรรดาประชาชาติซึ่งจะสู้รบต่อต้านกับกรุงเยรูซาเลม นอกจากนั้นแม้แต่พวกเขาไม่ใช่ทุกคนจะตาย แต่บางคนจะยังคงมีชีวิตอยู่ “และต่อไปนี้เป็นภัยพิบัติซึ่งพระยาห์เวห์จะทรงใช้โจมตีบรรดาชนชาติทั้งหมดที่ทำสงครามต่อต้านกับเยรูซาเลม คือเนื้อหนังของพวกเขาจะเน่าไปเมื่อพวกเขายังยืนอยู่บนเท้าของพวกเขา และตาของพวกเขาจะเน่าคาเบ้าตาของพวกเขา และลิ้นของพวกเขาจะเน่าคาปากของพวกเขา ...

และอยู่มาบรรดาคนที่เหลืออยู่ในบรรดาประชาชาติทั้งปวงซึ่งมาต่อต้านเยรูซาเลม ทุกคนจะขึ้นไปนมัสการจอมกษัตริย์ปีแล้วปีเล่า คือพระยาห์เวห์จอมโยธา และจะถือเทศกาลอยู่เพิง” (เศคาริยาห์ 14: 12+16) การยืนยันว่ามนุษย์ทั้งปวงจะตายระหว่างการพิพากษาทั้งหลายและขั้นตอนการชำระให้บริสุทธิ์ก่อนที่อาณาจักรของพระเจ้าจะได้รับการสถาปนาบนแผ่นดินโลก มิได้สอดคล้องตามคำพยานอย่างท่วมท้นของข้อพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์

พระเจ้าตรัสดังนี้: “และในวาระสุดท้ายจะเป็นดังนี้ คือภูเขาแห่งพระนิเวศของพระยาห์เวห์จะถูกสถาปนาขึ้นให้สูงที่สุดในจำพวกภูเขาทั้งหลาย และจะถูกยกขึ้นให้เหนือบรรดาเนินเขา และประชาชาติทั้งสิ้นจะหลั่งไหลเข้ามาหา

และชนชาติทั้งหลายเป็นอันมากจะไปกล่าวว่า มาเถิด ให้พวกเราขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์ ยังพระนิเวศของพระเจ้าของยาโคบ และพระองค์จะทรงสอนวิถีของพระองค์แก่พวกเรา และเพื่อพวกเราจะเดินในมรรคาของพระองค์ เพราะว่าพระราชบัญญัติจะออกมาจากศิโยน และพระวจนะของพระยาห์เวห์จะออกมาจากกรุงเยรูซาเลม

และพระองค์จะทรงวินิจฉัยระหว่างบรรดาประชาชาติ และจะทรงตำหนิชนชาติทั้งหลายเป็นอันมาก และเขาทั้งหลายจะตีดาบของเขาให้เป็นผาลไถนา และหอกของเขาให้เป็นขอลิด ประชาชาติจะไม่ยกดาบต่อสู้กันอีก เขาจะไม่ศึกษายุทธศาสตร์อีกต่อไป” (อิสยาห์ 2: 2-4)

“พระยาห์เวห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จะเป็นไปเช่นนี้คือ ประชาชนจะมา และบรรดาคนที่อาศัยอยู่ในนครอันมากมาย

และพวกคนที่อาศัยอยู่ในนครหนึ่งจะไปยังอีกนครหนึ่ง โดยกล่าวว่า จงให้พวกเรารีบไป เพื่ออธิษฐานต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์ และเพื่อแสวงหาพระยาห์เวห์จอมโยธาเถิด ข้าพเจ้าก็จะไปด้วย

ใช่แล้ว ประชาชนเป็นอันมาก และบรรดาประชาชาติที่เข้มแข็งจะมาเพื่อแสวงหาพระยาห์เวห์จอมโยธาในกรุงเยรูซาเลม และเพื่ออธิษฐานต่อพระพักตร์พระยาห์เวห์

พระยาห์เวห์จอมโยธาตรัสดังนี้ว่า ในวันเหล่านั้นจะเป็นเช่นนี้คือ ชายสิบคนจะฉวยออกมาจากทุกภาษาของประชาชาติทั้งหลาย แม้แต่จะจับชายเสื้อของคนที่เป็นคนยิว โดยกล่าวว่า พวกเราจะไปกับท่าน เพราะพวกเราได้ยินว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน” (เศคาริยาห์ 8: 20-23)

ก่อนที่คนทุกคนจะมานมัสการพระเจ้าในกรุงเยรูซาเลม สิ่งที่ผู้ทำนายบันทึกไว้ต้องสำเร็จ: “และหลังจากนั้นข้าพเจ้าได้แลเห็น และดูเถิด พระวิหารของพลับพลาแห่งพระโอวาทในสวรรค์ได้ถูกเปิดออก

และทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์ได้ออกมาจากพระวิหารนั้น โดยถือภัยพิบัติทั้งเจ็ด นุ่งห่มกายด้วยผ้าป่านสีขาวและบริสุทธิ์ และคาดหน้าอกของพวกเขาด้วยรัดประคดทองคำทั้งหลาย

และสัตว์หนึ่งตัวในสัตว์สี่ตัวนั้นได้มอบแก่ทูตสวรรค์ทั้งเจ็ดองค์นั้น ขันทองคำเจ็ดใบเต็มไปด้วยพระพิโรธของพระเจ้า ผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์และเป็นนิตย์

และพระวิหารก็เต็มไปด้วยควันจากสง่าราศีของพระเจ้า และจากฤทธานุภาพของพระองค์ และไม่มีผู้ใดสามารถเข้าไปในพระวิหารนั้นได้ จนกว่าภัยพิบัติทั้งเจ็ดของทูตสวรรค์เจ็ดองค์นั้นจะได้สำเร็จ” (วิวรณ์ 15: 5-8)

Available translations