Book
พระธรรมวิวรณ์ - ตราประทับทั้งเจ็ด?
Ewald Frank
Formats
Typ písma
Výška riadku
Medzera odseku
Veľkosť písma
Navigate
Kapitoly
expand_more
Navigate
Kapitoly
Navigate
Kapitoly
Jump to any chapter without leaving the reader.
Kapitola 8
บทที่ 7 - บรรดาคนยิวที่ได้รับการประทับตรา
8 / 25
บรรดาคนยิวที่ได้รับการประทับตรา
บทที่เจ็ดเข้าใจได้ง่ายมาก ในส่วนแรกพวกเราพบการประทับตรา 144,000 คน จากสิบสองเผ่าของอิสราเอล; ในส่วนที่สองพวกเราเห็นคนจำนวนมากจากประชาชาติที่ต้องผ่านความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ ทูตสวรรค์แห่งการพิพากษาทั้งสี่ที่ถือลมทั้งสี่ทิศสามารถออกมาได้ในช่วงแตรที่หกเท่านั้น (9: 14-15)
“และภายหลังสิ่งเหล่านี้ ข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์สี่องค์ยืนอยู่ที่มุมทั้งสี่ของแผ่นดินโลก โดยถือลมทั้งสี่ทิศของแผ่นดินโลกไว้ เพื่อลมนั้นจะไม่พัดบนบก หรือบนทะเล หรือบนต้นไม้ใดๆ"(7: 1)
ลม ในคำเผยพระวจนะกล่าวถึง ความหายนะและการทำลายล้าง ดังนั้นพวกเราจึงพบว่า มันได้รับการยืนยันในข้อพระคัมภีร์เผยพระวจนะทั้งหลาย (เศคาริยาห์ 6: 5)
ในข้อพระคัมภีร์ทั้งหลายต่อไปนี้แสดงให้พวกเราเห็นการประทับตราของ 144,000 คน จากสิบสองเผ่า พวกเขาได้รับการประทับตราด้วยตราประทับของพระเจ้าในหน้าผากของพวกเขา พวกคนเหล่านั้นที่เป็นของคริสตจักรที่แท้จริงได้รับการประทับตราโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นตราประทับของพระเจ้า เอเฟซัส 1: 13 และ 4: 30 และแน่นอนว่า ที่ต่างๆ นั้นแสดงให้เห็นว่า พระวิญญาณบริสุทธิ์คือ ตราประทับของพระเจ้า เมื่อพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จลงมาบน พระบุตรพระเจ้า (มัทธิว. 3: 16 และอื่นๆ) “… สำหรับพระองค์ พระเจ้าพระบิดาทรงประทับตรา”(ยอห์น 6: 27ข) ดังนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกันก็เสด็จมาในบรรดาบุตราและบุตรีทุกคนของพระเจ้าที่พระองค์ทรงพอพระทัยยิ่ง (กิจการ 2: 38-39; โรม 8: 11+23; 2 โครินธ์ 1: 21-22 และอื่นๆ)
ในกรณีของ 144,000 คน ประสบการณ์อันยิ่งใหญ่นี้แสดงให้เห็นเป็นสัญลักษณ์โดยการเสด็จมาของทูตสวรรค์จากทิศตะวันออกที่มีตราประทับของพระเจ้า ผู้เผยพระวจนะเอเสเคียลเห็นว่าพวกคนเหล่านั้นที่ถอนหายใจและที่ร่ำไห้เพราะสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียนทั้งสิ้นที่ถูกกระทำกันในนครบริสุทธิ์ นั้นถูกประทับตราไว้ (เอเสเคียล 9: 1-6) จากบทประพันธ์ของเอเสเคียลและจากพระธรรมวิวรณ์บทนี้ พวกเราเห็นชัดเจนอย่างมากว่า การประทับตราจะเกิดขึ้นก่อน หลังจากนี้บรรดาทูตสรรค์แห่งการพิพากษาจะดำเนินการตามหน้าที่
“และข้าพเจ้าได้เห็นทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งขึ้นมาจากทิศตะวันออก โดยมีดวงตราของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และท่านได้ร้องด้วยเสียงดังแก่ทูตสวรรค์ทั้งสี่องค์นั้น ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ทำอันตรายแก่แผ่นดินและทะเลนั้น
โดยกล่าวว่า อย่าทำอันตรายแก่แผ่นดิน หรือทะเล หรือบรรดาต้นไม้ จนกว่าพวกเราได้ประทับตราพวกผู้รับใช้ของพระเจ้าของพวกเราไว้ที่หน้าผากของพวกเขาเสียก่อน” (วิวรณ์ 7: 2-3)
ข้อพระคัมภีร์เผยพระวจนะได้กล่าวถึงคนทั้งหลายที่มีเครื่องหมายของสัตว์ร้ายที่หน้าผากและในมือด้านขวาของพวกเขาและที่นี่พวกเราได้รับการบอกกล่าวเกี่ยวกับบรรดาผู้รับใช้ของพระเจ้าของพวกเราด้วยที่พวกเขาได้รับการประทับตราไว้บนหน้าผากของพวกเขา ทั้งเครื่องหมายของสัตว์ร้ายและตราประทับของพระเจ้าไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาธรรมชาติ ไม่ทั้งหมายเลข 666 (13: 18) หรือผู้หญิงกับถ้วยทองคำกับชื่อที่ถูกดูหมิ่นทั้งหมดของนางและที่ถูกจารึกคำว่า "มหานครบาบิโลน” ที่ขี่สัตว์ร้ายในทะเลทรายซึ่งจะเห็นได้ด้วยตาฝ่ายธรรมชาติ ที่นี่พวกเรากำลังยืนอยู่บนพื้นของการเปิดเผยสำแดง เรื่องฝ่ายวิญญาณจำเป็นต้องเข้าใจอย่างเหนือธรรมชาติ (1 โครินธ์ 2: 13-15) พระเยซูทรงรู้จักคนเหล่านั้นที่เป็นของพระองค์ (2 ทิโมธี 2: 19) และคนเหล่านั้นของพระองค์ทรงรู้จักพระองค์ (ยอห์น 10: 14)
ไม่ต้องอธิบายข้อพระคัมภีร์เกี่ยวกับ 144,000 คน เมื่อกล่าวถึงกลุ่มชนชั้นสูงบางกลุ่มจากคริสตจักรหรือองค์กรศาสนาใดๆ บทนี้ต้องถูกละไว้และให้เชื่อตามที่มีเขียนไว้ว่า “และข้าพเจ้าได้ยินจำนวนของคนเหล่านั้นซึ่งได้รับการประทับตรา และผู้ที่ได้รับการประทับตรานั้นมีหนึ่งแสนสี่หมื่นสี่พันคน จากทุกเผ่าของชนชาติอิสราเอล
จากเผ่ายูดาห์ผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่ารูเบนผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่ากาดผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน
จากเผ่าอาเชอร์ผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่านัฟทาลีผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่ามนัสเสห์ผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน
จากเผ่าสิเมโอนผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่าเลวีผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่าอิสสาคาร์ผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน
จากเผ่าเศบูลุนผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่าโยเซฟผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน จากเผ่าเบนยามินผู้ที่ได้รับการประทับตรามีหนึ่งหมื่นสองพันคน” (7: 4-8)
สิบสองเผ่าเหล่านั้นถูกกล่าวถึงด้วยชื่อของพวกเขา ดังนั้นข้อผิดพลาดใดๆ ควรจะได้รับการยกเว้น มันไม่สามารถใส่ได้ชัดเจนมากขึ้น การสอนที่เรียกว่า “บริติชอิสราเอล” เกี่ยวกับสิบเผ่าที่สูญหายไปในท่ามกลางประชาชาตินั้นไม่เป็นความจริง มันขัดกับข้อพระคัมภีร์โดยสิ้นเชิงที่เป็นพยานว่าทั้งสิบสองเผ่าจะอยู่ที่นั่น ณ เวลาของการประทับตรา
ฝูงชนที่ออกมาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่
จากข้อที่ 9 ยอห์นกล่าวถึงคนจำนวนมากมายจากทุกประชาชาติว่า
“ภายหลังสิ่งนี้ ข้าพเจ้าก็มองดู และดูเถิด คนจำนวนมากมาย ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดสามารถนับได้เลย จากทุกประชาชาติ จากทุกตระกูล และประชากร และทุกภาษา ยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก โดยสวมเสื้อคลุมยาวสีขาว และถือใบตาลในมือของพวกเขา
และร้องด้วยเสียงดัง โดยกล่าวว่า ความรอดมีอยู่ที่พระเจ้าของพวกเรา ผู้ประทับบนพระที่นั่ง และมีอยู่ที่พระเมษโปดก
และทูตสวรรค์ทั้งปวงยืนรอบพระที่นั่ง และรอบพวกผู้อาวุโสและสัตว์ทั้งสี่นั้น และก้มลงกราบหน้าพระที่นั่ง และนมัสการพระเจ้า
โดยกล่าวว่า อาเมน! การสรรเสริญ และสง่าราศี และสติปัญญา และการขอบพระคุณ และพระเกียรติ และอำนาจ และอานุภาพ จงมีแด่พระเจ้าของพวกเราตลอดไปเป็นนิตย์และเป็นนิตย์ อาเมน” (7: 9-12)
บรรดาผู้พิชิตเหล่านั้นจะถูกรับขึ้นไปในพระสิริก่อนความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ พวกเขามีประสบการณ์กับพระสัญญาของการนั่งอยู่กับพระเยซูบนพระที่นั่งเมื่อเทียบกับคนจำนวนมากมายที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพระที่นั่ง “ผู้ใดที่มีชัยชนะ เราจะให้ผู้นั้นนั่งกับเราในพระที่นั่งของเรา เหมือนกับที่เรามีชัยชนะแล้วด้วย และได้นั่งลงกับพระบิดาของเราในพระที่นั่งของพระองค์” (3: 21) บรรดาผู้เชื่อที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังและผู้ที่ยังคงซื่อสัตย์ในช่วงความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่นี้จะเข้าสู่การครองราชย์พันปีและปรากฏตัวต่อหน้าพระที่นั่ง
คนจำนวนมากมายนี้จะปรนนิบัติพระเยซูเจ้าในพระวิหารของพระองค์ แต่ไม่ได้ครองราชย์ร่วมกับพระองค์
“และคนหนึ่งในพวกผู้อาวุโสนั้นตอบ โดยกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า คนเหล่านี้ที่สวมเสื้อคลุมยาวสีขาวนี้คือใคร และพวกเขามาจากไหน?
และข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านว่า ท่านเจ้าข้า ท่านก็ทราบอยู่แล้ว และท่านกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า คนเหล่านี้เป็นคนที่มาจากความทุกข์เวทนาครั้งใหญ่ และได้ชำระล้างเสื้อคลุมยาวของพวกเขาแล้ว และได้ทำให้เสื้อคลุมยาวนั้นขาวสะอาดในพระโลหิตของพระเมษโปดก
เพราะฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงอยู่หน้าพระที่นั่งของพระเจ้า และรับใช้พระองค์ในพระวิหารของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน และพระองค์ผู้ที่ประทับบนพระที่นั่งนั้นจะสถิตอยู่ท่ามกลางเขาเหล่านั้น
พวกเขาจะไม่หิวอีกต่อไป หรือกระหายอีกเลย และแสงแดดจะไม่ส่องต้องพวกเขา หรือความร้อนใดๆ อีกต่อไป
เพราะว่าพระเมษโปดกผู้ทรงอยู่ท่ามกลางพระที่นั่งนั้นจะทรงเลี้ยงดูพวกเขาไว้ และจะทรงนำพวกเขาไปให้ถึงบรรดาน้ำพุแห่งชีวิต และพระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกหยดจากตาของเขาเหล่านั้น” (7: 13-17)
คำศัพท์ที่ใช้ในคำว่า "กลางวันและกลางคืน" พูดอย่างชัดเจนถึงความจริงที่ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาในการครองราชย์พันปีไม่ใช่นิจนิรันดร์ซึ่งไม่รู้วันหรือคืน, เมื่อวานหรือพรุ่งนี้ คนจำนวนมากมายนี้ที่ปรนนิบัติพระเยซูในพระวิหารของพระองค์บนแผ่นดินโลกคือ บรรดาผู้ที่ได้รับการไถ่ออกมาจากความทุกข์เวทนาซึ่งยังไม่พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรเจ้าสาวของพระคริสต์ที่เป็นอันเดียวกันกับนครเยรูซาเลมใหม่และจะพำนักอยู่ในนั้น (วิวรณ์ 21: 9-10) นครเยรูซาเลมใหม่ นครของพระเจ้าไม่มีพระวิหาร: “และข้าพเจ้าไม่ได้เห็นพระวิหารในนครนั้นเลย: เพราะพระเยซูเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ และพระเมษโปดกทรงเป็นพระวิหารของนครนั้น
และนครนั้นไม่ต้องการทั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เพื่อส่องแสงในนครนั้น; เพราะว่าสง่าราศีของพระเจ้าให้ความสว่างแก่นครนั้น และพระเมษโปดกทรงเป็นความสว่างของนครนั้น” (วิวรณ์ 21: 22-23)
คนจำนวนมากมายนี้ประกอบด้วยบรรดาผู้เชื่อที่ได้รับความรอดและได้รับการไถ่ด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก โดยพระคุณพวกเขาได้รับเสื้อคลุมสีขาว แต่พวกเขายังไม่พร้อมที่จะถูกรับไปในการรับขึ้นไป ความทุกข์เวทนามิได้ทำให้รอดและทำให้สะอาดได้ พวกเขาได้รับความรอดและถูกชำระให้สะอาดก่อนเข้าสู่ความทุกข์เวทนา; พวกเขาพลาดการรับขึ้นไปเพราะพวกเขาขาดน้ำมันของพระวิญญาณ การไถ่มีไว้สำหรับทุกคนที่กลับคืนดีกับพระเจ้าผ่านทางการหลั่งพระโลหิตของพระเมษโปดกของพระเจ้าเพียงเท่านั้น ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นสมาชิกของกลุ่มใด การงานอันดีและความทุกข์เวทนายังไม่ได้ให้ความรอดหรือชีวิตนิรันดร์แก่ผู้ใด ในพระเยซูคริสต์เพียงเท่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงสถาปนาพระสัญญาพันธสัญญาใหม่ผ่านทางการหลั่งพระโลหิตบนไม้กางเขนแห่งโกละโกธา ใครก็ตามที่เชื่อและมีประสบการณ์การกลับคืนดีเป็นการส่วนตัวกับพระเจ้าก็ได้รับชีวิตนิรันดร์
Available translations